เผยกลลวงในการทดสอบน้ำดื่ม
รายงานโดย
ดร.พิชัย โตวิวิชญ์

รองศาสตราจารย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กรรมการเลขานุการสาขาเคมี สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
กรรมการบริหารสมาคมพิทักษ์ประโยชน์ผู้บริโภค



คำนำ

สืบเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีกลุ่มบุคคลจากบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่มแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้ขบวนการผลิตน้ำดื่มแตกต่างจากการผลิตน้ำดื่มของบริษัทอื่นๆ ได้นำเครื่องมือทดสอบน้ำดื่มบรรจุขวด เพื่ออวดอ้างว่าน้ำดื่มของตนเป็นน้ำสะอาดบริสุทธิ์ ส่วนน้ำดื่มบรรจุขวดของบริษัทอื่นๆ ล้วนเป็นน้ำสกปรกไม่ควรใช้ดื่ม รวมทั้งน้ำประปาก็ยังสะอาดกว่าน้ำที่บรรจุขวดของบริษัทต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และถือได้ว่าเป็นการเล่นกลหลอกลวงประชาชน ทำให้เกิดความสับสนเพื่อผลประโยชน์ของตน นับเป็นพฤติกรรมที่ไม่ยุติธรรมต่อสังคม เข้าทำนอง "คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด" ในฐานะที่ผู้เขียนรับราชการเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมีอยู่ในมหาวิทยาลัยมามากกว่า 29 ปี ทั้งยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสมาคม และมูลนิธิทางวิทยาศาสตร์หลายแห่ง จึงถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้ประชาชนคนไทยโดยทั่วไปได้เข้าใจ เพื่อมิให้ประชาชนผู้บริโภคต้องหลงกลตามที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวออกมา "เล่นกล หลอกลวง" ประชาชนให้สับสนอีกต่อไป

พฤติกรรมย้ำเจตนารมย์ เท่าที่สืบทราบมา บุคคลกลุ่มนี้ได้ทำการโฆษณาชวนเชื่อในต่างจังหวัดมานานแล้ว ทั้งในภาคเหนือ เช่นที่เชียงใหม่ และทางภาคใต้ เช่นที่ภูเก็ต เป็นต้น โดยใช้เครื่องทดสอบของตนไปแสดงในที่ต่างๆ กัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าน้ำดื่มบรรจุขวดที่จำหน่ายอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะมียี่ห้อดังแค่ไหนก็ตามล้วนแต่สกปรกไม่น่าดื่ม แม้แต่น้ำประปาก็ยังสะอาดกว่าน้ำบรรจุขวดเหล่านั้น และที่สำคัญ น้ำบรรจุขวดของตนเองหรือน้ำกลั่นเท่านั้นที่จะใสสะอาดน่าดื่มเป็นอย่างยิ่ง ปรากฏว่าการทดลองของบุคคลกลุ่มนี้ ได้ทำให้ประชาชนที่ได้เห็นการทดลองดังกล่าว เกิดความสับสนในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แม้แต่นักวิชาการที่ได้รับปริญญาเอกหรือนายแพทย์บางคนก็ยังหลงกลเชื่อตามที่เขาแสดง บางคนถึงกับซื้อเครื่องมือทดสอบนี้ เพื่อเอาไว้ทดสอบน้ำที่ตนเองจะดื่ม ต่อมาขบวนการโฆษณาชวนเชื่อกลุ่มนี้ได้แพร่เข้ามาในกรุงเทพฯ และได้พยายามเข้าไปแสดงในที่ต่างๆ รวมทั้งสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้มีการออกรายการโทรทัศน์ทั้งทางไอบีซี และทางโทรทัศน์ช่อง 11 เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2537 เวลา 20.30-21.30 น. ในรายการ "ตอบประชาชน" ซึ่งผู้จัดรายการได้ขนน้ำดื่มบรรจุขวดยี่ห้อต่างๆ หลายยี่ห้อ พร้อมทั้งเปิดเผยให้ทราบด้วยว่าน้ำดื่มของแต่ละบริษัทนั้น มีเครื่องหมายการค้า หรือยี่ห้อว่าอย่างไร ไปทำการทดลองด้วยเครื่องมือทดสอบที่ว่านั้น และออกรายการเปรียบเทียบกันสดๆ ผลการทดสอบปรากฏว่า น้ำแต่ละชนิดมีสีขุ่นข้นเจือจาง และมีตะกอนมากน้อยแตกต่างกันออกไป ยกเว้น น้ำกลั่นที่ใช้เติมแบตเตอรี่ และน้ำจากบริษัทผู้นำเครื่องมือมาให้ทดลองเท่านั้นที่ใสสะอาดที่สุด นับว่าเป็นการ "เล่นกล" หรือ "ปาหี่" ครั้งยิ่งใหญ่ของบุคคลกลุ่มนี้ก็ว่าได้

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องมือทดสอบ

เครื่องมือทดสอบน้ำดื่มที่ว่านี้ มีส่วนสำคัญประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า 2 ขั้ว ทำด้วยเหล็กขั้วหนึ่ง และทำด้วยอะลูมิเนียมอีกขั้วหนึ่ง โดยมีตัวเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าจากกระแสไฟสลับ หรือ เอซี (AC) ที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วๆ ไป ให้เป็นกระแสไฟฟ้าตรง หรือ ดีซี (DC) ทั้งนี้ เพื่อให้ขั้วไฟฟ้าทั้ง 2 นี้ทำหน้าที่เป็น เครื่องแยกสารละลายด้วยไฟฟ้า หรือ เครื่องอิเล็กโทรไลซิส (Electrolysis) นั้นเอง

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทดสอบ

เมื่อนำเครื่องมือทดสอบดังกล่าวไปจุ่มลงไปในน้ำดื่มทั่วไป หรือน้ำดื่มใดก็ตามที่มีแร่ธาตุละลายอยู่แม้แต่เพียงเล็กน้อย ครั้นเสียบปลั๊กไฟฟ้าให้ไหลผ่านน้ำดื่มนี้ ขั้วไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็กจะละลายและทำปฏิกิริยากับน้ำ ทำให้เกิดตะกอนที่มีสีน้ำตาลแดงคล้ายสนิมเหล็ก ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า เหล็กไฮดรอกไซด์ ยิ่งทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านน้ำดื่มนั้นนานมากเท่าไร ก็จะมีตะกอนเกิดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะตะกอนนี้เกิดจากสารละลายของขั้วไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็กนั่นเอง ทำให้เห็นว่าน้ำดื่มที่เครื่องมือทดสอบนั้นจุ่มอยู่มีความสกปรกมาก ทั้งๆ ที่ความสกปรกนี้มีต้นเหตุมาจากขั้วไฟฟ้าของเครื่องมือทดสอบเอง พฤติกรรมเช่นนี้จึงคล้ายคลึงกับการปาสิ่งโสโครกเข้าใส่หน้าผู้อื่น เพื่อให้หน้าของผู้ถูกปาโสโครกไปด้วย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ถูกปาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าน้ำดื่มที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปสกปรกใช้ดื่มไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากน้ำที่นำมาทดสอบเป็นน้ำกลั่นหรือน้ำที่ไม่มีแร่ธาตุใดๆ เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ไฟฟ้าก็จะไม่สามารถไหลผ่านน้ำที่นำมาทดสอบ ขั้วไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็กก็จะไม่ละลาย จึงไม่มีตะกอนเกิดขึ้นให้เห็น และดูเหมือนว่าน้ำนั้นสะอาดน่าดื่ม แต่ถ้าเติมเกลือแร่ เช่น เกลือแกง แม้เพียงเล็กน้อยให้ละลายลงไปในน้ำที่ใสนั้น ไฟฟ้าก็จะสามารถไหลผ่านน้ำใสได้ทันที และจะมีตะกอนสีน้ำตาลแดงคล้ายสีสนิมเหล็กเกิดขึ้น เช่นเดียวกับการทดสอบน้ำดื่มทั่วๆ ไป

ตะกอนเหล็กที่ว่านี้จะละลายได้ในกรด เพราะฉะนั้น ปริมาณของตะกอนจึงไม่สามารถบ่งบอกความสกปรกที่แท้จริงของน้ำที่นำมาทดสอบแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะ ขึ้นกับความเป็นกรดด่างของน้ำที่ใช้ทดสอบ อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับขั้วไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็กจะละลายออกมาได้นานมากน้อยเพียงใดด้วย

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำประปาที่ดูเหมือนว่าสะอาดกว่าน้ำบรรจุขวดทั่วไป

จากการทดลองด้วยเครื่องมือทดสอบดังกล่าวจะเห็นว่า น้ำประปาไม่ค่อยมีตะกอนเกิดขึ้น เพียงแต่มีการเปลี่ยนสี ในขณะที่น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีชื่อเสียงจะมีตะกอนสีน้ำตาล หรือสีอื่นๆ เกิดขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในน้ำประปานั้นมีคลอรีนละลายอยู่ ทำให้น้ำประปามีความเป็นกรดมากกว่าน้ำดื่มบรรจุขวดโดยทั่วไป เมื่อเป็นเช่นนี้ สนิมเหล็กที่หลุดออกมาจากขั้วไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็ก จะละลายได้ในน้ำประปา ทำให้มองไม่เห็นตะกอน แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำประปาจะสะอาดกว่าน้ำดื่มบรรจุขวด ตามที่ผู้ทำการทดลองพยายามชี้แจง ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงตามหลักวิชาการ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำดื่ม

น้ำดื่มที่ดีนั้น ควรจะมีแร่ธาตุละลายอยู่บ้าง โดยมีปริมาณไม่มากไปกว่าที่องค์การอนามัยโลก หรือ ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดเอาไว้ นอกจากนี้ที่สำคัญที่สุด น้ำดื่มที่ดีจะต้องไม่มีจุลินทรีย์ หรือสารเคมีที่มีพิษภัย หรือมีอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภคเป็นอันขาด สำหรับน้ำกลั่นหรือน้ำไม่มีแร่ธาตุเจือปนอยู่เลย ตามปรกติจะไม่ใช้ดื่มกัน แต่จะใช้เติมแบตเตอรี่ หรือใช้ในห้องทดลองหรือโรงงานอุตสาหกรรม น้ำที่ปราศจากเกลือแร่ (Deminerized Water) จะมีฤทธิ์กัดกร่อนที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของตนได้

ผู้เขียนยังไม่เคยพบเห็นองค์กรใดในโลกนี้ ที่ระบุคุณสมบัติของน้ำดื่มว่าจะต้องปราศจากเกลือแร่โดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ไม่มีแร่ธาตุละลายปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็จะทำให้น้ำนั้นเป็นฉนวนไฟฟ้า และเมื่อทดสอบกับเครื่องมือทดสอบ น้ำดื่มดังกล่าวมาข้างต้นก็จะไม่มีตะกอนเกิดขึ้น ตามที่ได้อธิบายไปแล้ว






All pages were created on Macintosh Computer, using Adobe PhotoShop and BBEdit.

Questions, comments, suggestions, contact us
All rights reserved.
Reproduction in whole or in part without permission is prohibited.
P i t a n S i n g h a s a n e h
ผู้เขียน : ดร. พิธาน สิงห์เสน่ห์
Writer : Dr.Pitan Singhasaneh