ภาพ 3 มิติ
Stereo Pair

ความรู้ทั่วไป | พื้นฐานการถ่ายภาพ | ระบบต่างๆ | คำนิยาม | วีดีโอ 3 มิติ | ลิ้งค์
Flowers 3D บน FaceBook

ประวัติ :

ภาพถ่าย แม้จะสามารถให้รายละเอียดของวัตถุได้ แต่มีข้อจำกัดด้านการให้ข้อมูลด้านความลึก ทั้งนี้เนื่องจากภาพของสิ่งต่างๆ จะถูก render ลงบนระนาบ นับตั้งแต่ มีการเริ่มถ่ายภาพ ได้มีความพยายามที่จะจำลองภาพ 3 มิติ หรือ ภาพสเตริโอ นับได้เป็นอย่างน้อยหลายร้อยวิธี ความจริงที่น่าแปลกก็คือ บุคคลแรกที่ค้นคิดหลักการของการมองภาพแบบสเตริโอ (stereoscopic vision) คือ Sir Charles Wheatstone ในปี ค.ศ. 1838 ซึ่งนับเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่การถ่ายภาพจะถูกคิดค้นขึ้น

เมื่อ Henry Fox Talbot และ Daguerre คิดค้นกรรมวิธีล้างอัดภาพขึ้นในปี ค.ศ. 1839 ผู้คนก็เริ่มถ่ายภาพ 3 มิติ ซึ่งมีคุณภาพดี เทียบกับภาพ 3 มิติ ที่ถ่ายในปัจจุบัน ต่างกันก็ตรงที่การล้างอัดภาพ มีค่าใช้จ่ายสูงมากในตอนนั้น และอุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ก็ยังมีน้อย และไม่ค่อยแพร่หลาย

จุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1850 เมื่อ David Brewster ประดิษฐ์ albumen print และ อุปกรณ์ดูภาพ ที่มีราคาถูก และ Oliver Wendall Homes ที่ประดิษฐ์อุปกรณ์ดูภาพที่มีราคาถูกยิ่งกว่า

หลักการง่ายๆ ของการถ่ายภาพ 3 มิติ ก็คือการถ่ายภาพจำนวน 2 ภาพ ของวัตถุเดียวกัน ในมุมที่ต่างกันเล็กน้อย หลังจากนั้น จึงใช้เทคนิคของการดูภาพ 3 มิติ วิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อส่งภาพแต่ละภาพ ให้ตาทั้งสอง ซึ่งจะถูกผสมรวมกันในสมองของเราอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราเห็นภาพดังกล่าว ในลักษณะ 3 มิติ

กระบวนการพื้นฐานการถ่ายภาพ 3 มิติ :

กระบวนการพื้นฐาน ในการถ่ายภาพ 3 มิติ มีอยู่ 5 วิธีด้วยกัน คือ

  1. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 2 ภาพ โดยถ่ายทีละภาพ ในเวลาใกล้เคียงกัน อาจใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น Slide Bar หรือ จะใช้การขยับกล้องด้วยตัวเองก็ได้
  2. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 2 ภาพ ผ่านเลนส์ 2 ตัว ในเวลาเดียวกัน เช่น กล้อง Argus 3D, กล้อง Vivitar 3D, กล้องดิจิตอล CompoBank, กล้องดิจิตอล FujiFilm, กล้องฟิล์ม RBT
  3. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 1 ภาพ ผ่านเลนส์ 1 ตัว ที่มี beam splitter ในเวลาเดียวกัน ทำให้ได้ภาพ 2 ภาพ คู่กัน บนภาพ 1 ใบ เช่น อุปกรณ์ของ LOREO
  4. กล้อง 2 ตัว ติดตั้งข้างกัน ถ่ายภาพ 2 ภาพ ในเวลาเดียวกัน (ภาพ)
  5. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 3 - 4 ภาพ ในเวลาเดียวกัน
วิธีที่ 1,2, 3, และ 4 เป็นวิธี "มาตรฐาน" ในการถ่ายภาพ 3 มิติ โดยจะได้ภาพ 2 ภาพ ที่ใช้ เครื่องฉายภาพ 3 มิติ หรือ อุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ในการสร้างภาพ 3 มิติ ให้ผู้ชม ในขณะที่ วิธีที่ 5 เป็นวิธีที่ "ทันสมัย" กว่า ที่ต้องผ่านกระบวนการพิมพ์ภาพ ภายใต้ พื้นผิวที่เรียกว่า "lenticular" ที่ทำให้ตาของเรา มองเห็นภาพมุมต่างๆ กัน ของวัตถุเดียวกัน

ข้อสำคัญของการถ่ายภาพ 3 มิติ :

  • เลนส์ทั้ง 2 ตัว ต้องมีทางยาวโฟกัสเท่ากัน (ถ้าใช้กล้องตัวเดียวกัน ก็ไม่มีปัญหาครับ)
  • แนวการถ่ายภาพทั้ง 2 ภาพ ต้องขนานกัน เพื่อเลียนแบบการมองของคนเรา
  • ระยะห่างระหว่างกล้อง 2 ตัว หรือระยะการเลื่อนกล้อง จะเท่ากับระยะห่างระหว่างลูกตา คือประมาณ 6.5 ซ.ม.

ข้อแนะนำ และข้อควรระวังของการถ่ายภาพ 3 มิติ โดยใช้กล้องตัวเดียว :

  • ถ่ายภาพทั้ง 2 ภาพ ให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสที่ส่วนประกอบต่างๆ ในภาพ จะเคลื่อนที่
  • ควรเลือกถ่ายภาพในขณะที่ลมสงบ ไม่มีใบไม้ปลิว หรือกิ่งไม้ไหว หรือเมฆ
  • เลือกมุมกล้องที่ทำให้มีวัตถุอยู่ในระยะต่างๆ ของภาพ (ใกล้ กลาง ไกล) เพื่อให้ภาพมีมิติ
  • ใช้ หน้ากล้องแคบๆ เพื่อให้ความชัดลึกสูงที่สุด
  • ใช้ exposure เหมือนกัน ทั้งสองภาพ

Link น่าสนใจ :

  • การถ่ายภาพ3 มิติ โดยใช้ QX3 Microscope [link]
  • LOREO [link]
  • อุปกรณ์สำหรับบันทึกภาพ 3 มิติ สำหรับกล้องดิจิตอล [link]
  • Photographing in Stereo with one Camera [link]

ภาพ 3 มิติ

ภาพ Yosemite 3 มิติ ของ Thomas Houseworth
ที่มา : www.shortcourses.com

กล้องดูภาพ 3 มิติ

อุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ของ Holmes ที่สามารถถอดประกอบได้
ที่มา : www.shortcourses.com

Slide Bar

Slide Bar เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับการถ่ายภาพ 3 มิติ โดยใช้กล้องเพียงตัวเดียว
ที่มา : pokescope.com

กล้อง 3 มิติ

Argus 3D camera

กล้องฟิล์ม Loreo 3D หรือ Argus Stereo
ของ Loreo

เลนส์ 28 มม., ใช้ถ่าน AA 1 ก้อน

3D Lens in a Cap
3D Lens in a Cap

"3D Lens in a Cap" ของ
Loreo รุ่นนี้ใช้กับกล้อง SLR หรือ DSLR เพื่อถ่ายภาพ 3 มิติ

Beam Splitter ในเลนส์จะทำให้บันทึกภาพได้ 2 ภาพคู่กัน ในการถ่ายภาพครั้งเดียว

Horseman 3D

กล้อง Horseman 3D ของ
Horseman เป็นกล้องฟิล์ม 35 มม. บันทึกภาพลงบนฟิล์มที่ขนาด 24x65 มม.ด้วยเลนส์ 38 มม. F2.8 ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/1000 วินาที เลนส์ทั้ง 2 ตัว อยู่ห่างกัน 34 มม. เหมาะสำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ถึงระยะกลาง

Loreo 321

กล้องฟิล์ม Loreo 321 ของ Loreo

3D World Camera

กล้อง 3 มิติ ของ 3DWorld

เป็นกล้องฟิิล์ม แบบ Medium format, เลนส์ 2 ตัวล่าง ไว้สำหรับถ่ายภาพสเตริโอ เลนส์ตัวบนไว้สำหรับดูภาพ

Burdlo 3D

กล้อง Burdlo 3D
ที่เห็นแล้วนับได้มีเลนส์ 12 ตัวครับ

Red 3D

กล้อง Red 3D

Pokescope Digital 3D Camera Controller

Pokescope Digital 3D Camera Controller ใช้ในการควบคุมกล้องดิจิตอล 2 ตัว ให้บันทึกภาพในเวลาเดียวกัน และยังควบคุมฟังก์ชั่นอื่นๆ ได้อีก ได้แก่ on/off, zoom in/out, shutter/focus, menu
s pokescope.com

Nimslo 3D

กล้อง Nimslo มีขนาด กว้าง 130 มม. ยาว 45 มม. สูง 75 มม. มีเลนส์ 30 มม. 4 ตัว f5.6 แบบ fixed focus มี electronic shutter ความเร็ว 1/30 - 1/500 วินาที แต่ละภาพบนฟิล์ม 35 มม. มีขนาด 18x22 มม.

FujiFilm 3D
กล้อง FujiFilm FinePix Real 3D W1 จำหน่ายในงาน Photo Fair 2009 ราคาประมาณ 18,000 บาท

FujiFilm 3D
กล้องนี้ มีเลนส์คู่ บันทึกภาพได้พร้อมกัน

FujiFilm 3D
ACER Aspire รุ่นพิเศษ สามารถ Display ภาพ 3 มิติ จาก W1 ได้ และใช้แว่นตาพิเศษในการชมภาพ 3 มิติ

FujiFilm W3
FujiFilm FinePix REAL 3D W3
(2010)

Minox PX3D
Minox PX3D

Stereoscopic Digital Camera (HDC-810)
Stereoscopic Digital Camera (HDC-810)

DXG-018 3D camera
DXG-018 3D camera
DXG-018 3D camera

Panasonic’s Lumix H-FT012
Panasonic’s Lumix H-FT012 12.5mm f/12 3D G Lens for LUMIX cameras



ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ

ภาพ 3 มิติ มีการสร้าง และดูภาพ หลายระบบ แต่ละระบบ ต่างกัน จาก หลักการของการบันทึก/ดูภาพ ค่าใช้จ่ายของระบบ ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก ในขณะที่ระบบถูก อาจไม่ต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม แค่กล้องถ่ายรูปที่มีอยู่ และเทคนิคการถ่ายภาพ 3 มิติ ที่ถูกต้อง ก็เพียงพอ แต่ระบบ hi-tech อาจมีราคาสูงเป็นหลายๆ แสนบาท

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 1 : ภาพคู่ (Stereo Pairs)

Stereo Pairs คือ ภาพ 2 ภาพ ที่ถ่ายโดยใช้เทคนิค 3 มิติ เมื่อนำมาวางคู่กัน เราจะสามารถมองเห็นเป็น 3 มิติได้ โดยใช้เทคนิคการมองหลายแบบ

1. การดูแบบสลับตาด้วยตาเปล่า (Cross-Eye View)

การดูภาพ stereo pair นั้น สามารถดูได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือช่วย โดยการวางภาพขวา ไว้ด้านซ้าย และวางภาพซ้ายไว้ด้านขวา จากนั้น ใช้ตาขวาดูภาพด้านซ้าย และใช้ตาซ้ายดูภาพด้านขวา เมื่อเริ่มดูภาพ ภาพทั้งสองจะค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน จนเกิดการ 'รวม (fused)' ของภาพ และเกิดเป็นภาพ 3 มิติ

เนื่องจากการดูภาพด้วยตาเปล่านั้น อาจทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อตา และอาจเกิดการเวียน หรือปวดศีรษะได้ จึงควรค่อยๆ ฝึกไปจนชำนาญ คนบางคน มีความสามารถในการมองภาพ 3 มิติ ได้เร็วกว่าคนอื่น

เพื่อช่วยการฝึกหัดให้ง่ายขึ้น ให้มองภาพนี้ โดยให้ดั้งจมูกอยู่ตรงกลางระหว่างวงกลม ใช้นิ้วชี้ ชี้ไปที่กึ่งกลางภาพ ใช้ตาทั้งสอง จ้องมองปลายนิ้ว ค่อยๆเลื่อนนิ้วชี้เข้ามาหาดั้งจมูกอย่างช้าๆ โดยที่ตาทั้งสอง ยังจ้องมองปลายนิ้วอยู่ ภาพของวงกลมทั้งสอง จะค่อยๆเลื่อนเข้าหากัน จนกระทั่งรวมเป็นหนึ่ง จะเห็นดาวสีเหลือง ลอยอยู่เหนือ วงกลมสีน้ำเงินครับ

อ่านรายละเอียดภาษาอังกฤษ ที่ www.3dphoto.net

Stereo Pair
click ที่ภาพ เพื่อชมตัวอย่างภาพ Stereo Pairs แบบดูสลับตาด้วยตาเปล่า

2. การดูแบบขนานด้วยตาเปล่า (Parallel View)

การดูแบบขนานนี้ เป็นการดูภาพในลักษณะปกติ กล่าวคือ ภาพด้านซ้ายจะอยู่ทางซ้าย และดูด้วยตาซ้าย ส่วนภาพด้านขวาจะอยู่ทางขวา และดูด้วยตาขวา

เทคนิคการดูภาพแบบขนาน

  1. เลื่อนหน้าเข้าไปจ้องภาพใกล้ๆ
  2. ค่อยๆ เลื่อนศีรษะถอยออกจากภาพอย่างช้าๆ
  3. ขณะเลื่อนศีรษะถอยหลัง ให้ใช้ตาทั้งสองข้าง มอง 'ทะลุ' ภาพไป เหมือนกับว่ามีจุดโฟกัสอยู่ด้านหลังของภาพ
  4. เมื่อเริ่มเห็นภาพ 3 ภาพ ให้พยายามจ้องไปยังภาพที่อยู่ตรงกลาง จนกระทั่งตาสามารถปรับได้ และมองเห็นภาพ 3 มิติ

ถ้ายังมีปัญหาในการดูภาพชนิดนี้ ให้ลองใช้เครื่องมือช่วย ที่เรียกว่า Stereo Scope

3. การดูแบบขนาน ด้วย Stereo Viewer

Viewer ในท้องตลาด มีหลายแบบ และหลายราคา บางแบบ ใช้ดูภาพขนาดเล็ก เช่น 3R และ 4R ในขณะที่บางแบบ สามารถใช้ดูภาพ 3 มิติ ขนาดใหญ่ได้

หลักการของ viewer หรืออุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ก็คือการแยกการมองของตาแต่ละข้าง ให้สามารถเห็น และโฟกัส รูปซ้าย-ขวา ที่เหมาะสม

ภาพถ่ายทางอากาศที่เป็น 3 มิติ ได้จากการถ่ายภาพในลักษณะตั้งฉากกับพื้นโลก ในลักษณะต่อเนื่อง ในแนวบิน ภาพที่อยู่ลำดับติดกัน จะมีพื้นที่ที่ซ้อนทับกันได้ เมื่อนำภาพ 2 ภาพนี้ มาวางเรียงกันในแนวซ้าย-ขวา และปรับระยะห่างให้พอเหมาะ ก็จะสามารถใช้แว่น 3 มิติ (แบบที่มีขา แสดงในภาพเล็ก) ดูออกมาเป็น 3 มิติได้

กล้องดูสไลด์ 3 มิติ น่าจะเป็นกล้องที่มีความสะดวกในการดูภาพมากที่สุดแบบหนึ่ง เนื่องจากผู้ดู ไม่ต้องกังวลกับระยะห่างระหว่างภาพ เหมือนกับการดูภาพถ่ายทางอากาศ แค่ใส่ภาพซ้าย-ขวา ให้ถูกต้อง ก็พอแล้ว

กล้องส่องจอคอมพิวเตอร์ 3 มิติ จะยุ่งยากกว่ากล้องดูภาพถ่ายทางอากาศ เนื่องจากต้องติดตั้งกับจอคอมฯ แล้วปรับให้แนวการดู ตั้งฉากกับพื้นจอ การดูภาพจากจอคอมฯ เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ปวดตาได้ โดยเฉพาะจอที่มี refresh rate ที่ต่ำ

Viewer แบบต่างๆ ลองดูได้ที่ www.berezin.com อาทิ Hyper-View Large Format Stereo Print Viewer , Wheatstone Min-Scope , Card (print) Viewers

Stereo Scope
Stereo Scope แบบนี้ ใช้ดูภาพ 3 มิติ ที่พิมพ์ออกมาแล้ว และใช้ในการแปลภาพถ่ายทางอากาศ ที่เป็นภาพ 3 มิติ

กล้องนี้ สำหรับใช้ดู slide 3 มิติ
Screen Scope
Screen Scope สำหรับดูภาพ 3 มิติ บนจอ monitor : ต่อกับจอ ขนาด 14" ถึง 21" ได้ทันที , ปรับได้ สามารถดูภาพได้หลายขนาด , ไม่มี screen flicker , ไม่ต้องปรับเปลี่ยน hardware และ software
streoscope
สเตริโอสโคป : ขนาดเล็กแบบนี้ ใช้ดูภาพขนาดเล็กๆ
ภาพจาก : IGN Saintmande ประเทศฝรั่งเศส
streoscope
สเตริโอสโคป : อันนี้ใหญ่หน่อย ใช้ดูภาพขนาดใหญ่
ภาพจาก : IGN Saintmande ประเทศฝรั่งเศส

Link น่าสนใจ :

  • Stereo Pairs ที่ depthography.com [link]
  • Stereo Pairs ของดวงจันทร์ [link]
  • Stereo Pairs ของดวงจันทร์ [link]
  • Stereo Photos by Kawagoe [link]
  • Stereo Pair Links [link]

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 2 : ภาพเหลื่อม (Anaglyph Image)

Du Hauron นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้คิดค้นระบบภาพเหลื่อมนี้ ในปี ค.ศ.1891 การสร้างภาพ Anaglyph คือการปรับสีภาพ stereo 2 ภาพ แล้วนำมาซ้อนเหลื่อมกัน การดูภาพ Anaglyph นี้ ต้องอาศัยแว่นตาพิเศษ ที่มีสองสี ตามมาตรฐานแล้ว มักใช้สีน้ำเงินสำหรับตาขวา และสีแดงสำหรับตาซ้าย

ภาพที่เป็น Anaglyph แท้ (Pure Anaglyph) นั้น ต้นแบบจะทำจากภาพ ขาว-ดำ 2 ภาพ ปรับสีให้เป็นสีแดง และน้ำเงิน ภาพสี ก็สามารถนำมาใช้ทำภาพ Anaglyph ได้ แต่ได้ผลออกมาไม่ดีนัก เนื่องจากสีจะเพี้ยน

ภาพเหลื่อม
ภาพดอกขนุนดิน และ พระพุทธรูป

ภาพเหลื่อม
สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ :
ถ้ำพระนาง
ทะเลแหวก
เกาะ, บริเวณอ่าวพระนาง
ภาพเหลื่อม
ภาพดอกไม้

พระเจ้าล้านตื้อ
พระเจ้าล้านตื้อ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

anaglyph
ภาพถ่ายทางอากาศ 3 มิติ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2552

วิธีการประดิษฐ์แว่นตา 3 มิติ แบบ anaglyph
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ :
  1. กระดาษแข็ง : จะใช้กระดาษหน้าขาวหลังเทา หรือ กระดาษแข็งอื่นๆ ที่มีความแข็งพอที่จะทำกรอบแว่นตา
  2. แบบแว่นตา : จะใช้วาดขึ้นเอง หรือจะ download จาก web sci4fun.com ก็ได้ครับ
  3. วัสดุสำหรับทำฟิลเตอร์ฟ้า-แดง : กระดาษแก้ว (Glassing Paper) สีน้ำเงินและสีแดง หรือ แผ่นอะครีลิกใน หนา 1 มม. สีน้ำเงินและสีแดง
  4. อุปกรณ์อื่นๆ : คัตเตอร์ตัดแผ่นอะครีลิค ดินสอ ไม้บรรทัด กรรไกร เทปกาว หรือ กาว

ขั้นตอนการประดิษฐ์ :

  1. ออกแบบและวาดกรอบแว่นบนกระดาษแข็ง หรือจะ download แบบของกรอบแว่น แล้วนำมาติดบนกระดาษแข็ง
  2. ใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ตัดกรอบแว่นและขาแว่น แล้วใช้กาวติดขาแว่นเข้ากับตัวแว่น
  3. ตัดกระดาษแก้วทั้ง 2 สี โดยใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ หรือตัดแผ่นอะครีลิคทั้ง 2 สี โดยใช้คัตเตอร์สำหรับตัดแผ่นอะครีลิค ให้แผ่นสีที่ได้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของรูกรอบแว่นเล็กน้อย
  4. ติดแผ่นสีเข้ากับกรอบแว่นโดยใช้กาวหรือเทปกาว ให้แผ่นสีน้ำเงินอยู่ด้านขวา และแผ่นสีแดงอยู่ด้านซ้าย
  5. พับแว่นให้ประกบกัน แล้วติดให้สนิทด้วยกาวหรือเทปกาว
  6. ประดับแว่นตาให้สวยงาม

คำแนะนำเพิ่มเติม :

  1. น้องๆ ควรเข้าใจด้วยว่า ภาพ 3 มิติ ทุกภาพ ไม่ได้มีมิติที่สวยงามเหมือนกันทุกภาพ ภาพ 3 มิติที่ดี เมื่อดูแล้วจะเห็นความตื้น-ลึกที่ชัดเจน ถ้าอยากจะพิมพ์มาดูเล่น ให้คัดเลือกภาพที่ดีโดยใช้แว่น 3 มิติ ดูจากจอคอมพิวเตอร์เสียก่อนนะครับ
  2. ถ้าจะลองหา link อื่นๆ บนอินเตอร์เน็ท ให้ใช้ keyword ว่า anaglyph นะครับ เพราะถ้าใช้คำว่า 3D จะพบภาพ 3 มิติอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบที่ดูด้วยแว่น 3 มิติ ฟ้า-แดง
  3. ถ้าน้องลองชมภาพเหลื่อม โดยกลับแว่นให้ฟิลเตอร์สีฟ้าอยู่ทางซ้ายมือ และฟิลเตอร์สีแดงอยู่ทางขวามือ จะพบว่า มิติของภาพจะกลับกัน คือ ภูเขาจะกลายเป็นเหว และเหวจะกลายเป็นภูเขา ครับ

กรอบแว่นตา 3 มิติ แบบที่ 1


กรอบแว่นตา 3 มิติ แบบที่ 2


แผ่นอะครีลิคใส, กรอบแว่น, และ แว่นตา 3 มิติ


แว่นตา 3 มิติ ที่ประดิษฐ์เสร็จแล้ว

การสร้างภาพเหลื่อมขาว-ดำ โดยใช้ PhotoShop

  1. สร้างภาพใหม่ขึ้นมา 1 ภาพ ให้มีขนาดเท่ากับภาพที่ถ่ายไว้ ในที่นี้ขอเรียกชื่อภาพทั้งสองว่า "ภาพซ้าย" และ "ภาพขวา"
  2. select ภาพซ้าย และ copy มา paste ลงใน Red Channel ของภาพใหม่
  3. select ภาพขวา และ copy มา paste ลงใน Green และ Blue Channel ของภาพใหม่

การสร้างภาพเหลื่อมสี โดยใช้ PhotoShop


  1. สร้างภาพใหม่ขึ้นมา 1 ภาพ ให้มีขนาดเท่ากับภาพที่ถ่ายไว้ ในที่นี้ขอเรียกชื่อภาพทั้งสองว่า "ภาพซ้าย" และ "ภาพขวา"
  2. select Red Channel ของภาพซ้าย และ copy มา paste ลงใน Red Channel ของภาพใหม่


  3. select Green Channel ของภาพขวา และ copy มา paste ลงใน Green Channel ของภาพใหม่
  4. select Blue Channel ของภาพขวา และ copy มา paste ลงใน Blue Channel ของภาพใหม่

Anaglyph Links :

  • ภาพเหลื่อม ของภูมิประเทศของโลก สร้างจากข้อมูลดาวเทียมสำรวจทรัพยากร Landsat และข้อมูล SRTM ของกระสวยอวกาศ [link]
  • ภาพเหลื่อม ของดวงจันทร์ ยานอวกาศ ของโครงการอพอลโล และกระสวยอวกาศ [link]
  • ภาพเหลื่อมของพื้นผิวดาวอังคาร ที่ถ่ายจาก Mars Pathfinder [link]
  • ภาพเหลื่อม ของ NASA ถ่ายโดย Mars Spirit Rover และ Mars Sojouner Rover [link]
  • ภาพเหลื่อม ของ เอริค ลาร์สัน (Eric Larson) : มีทั้งภาพคน, สัตว์, อาคาร, ทิวทัศน์, ฯลฯ [link]
  • ห้องรวมภาพเหลื่อม ของ flickr [link]
  • ห้องรวมวีดีโอ 3 มิติ ของ vimeo [link]
  • ภาพ Anaglyph ของ New York City [link]
  • เทคนิคการสร้างภาพเหลื่อมขาว-ดำ โดยใช้กล้องดิจิตอล และซอฟท์แวร์ปรับภาพ (image editor) [link]
  • ซอฟท์แวร์การวาดภาพเหลื่อม [link]
  • แว่นตาดูภาพเหลื่อม [link]
  • ทำแว่นตาดูภาพเหลื่อม เอง : แบบที่ 1 , แบบที่ 2 , แบบที่ 3
  • กล้อง Horseman 3D [link]

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 3 : Page Flipped and Shutter Glasses

การใช้ Shutter Glasses ในการดูภาพ 3 มิติ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แว่นตาดังกล่าว มี Electronic Shutter ที่จะ 'เปิด' และ 'ปิด' ในความถี่เดียวกัน กับ ภาพที่แสดงบนจอ Monitor การ เปิด/ปิด นี้ จะใช้ สัญญาณไฟฟ้า ในการทำให้ Liquid Crystals เปลี่ยนคุณสมบัติจาก 'โปร่งแสง' เป็น 'ทึบแสง' เพื่ออนุญาตให้ตาเพียงข้างเดียว มองเห็นภาพที่ถูกต้อง บนจอ Monitor

Shutter ด้านซ้ายของแว่น จะเปิด ในเวลาเดียวกันที่ ภาพด้านซ้าย แสดงบนจอภาพ จากนั้น Shutter ด้านขวาของแว่น จะเปิด ในเวลาเดียวกันที่ ภาพด้านขวา แสดงบนจอภาพ (Shutter ด้านซ้ายจะปิด)

ความถี่ของการสลับภาพ ต้องสูงพอที่จะ 'หลอก' ประสาทตา ให้มองเห็นภาพทั้งสอง ในเวลาเดียวกัน และเห็นเป็นภาพ 3 มิติ ในกรณีที่ความถี่ต่ำเกินไป เราจะเห็นการ 'กระพริบ (flickering)' ของภาพแทน

รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ www.shortcourses.com

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 4 : Line Alternate Images with Shutter Glasses and Mounted Displays

ยังไม่ได้แปลครับ

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 5 : Pulfrich Images (3D effect สำหรับ วีดีโอ)

ระบบนี้ ฟังดูจะค่อนข้างแปลกหน่อย แต่ได้ผลนะครับ ถ้ามีการถ่ายวีดีโอของวัตถุ โดยที่กล้องวีดีโอมีการเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ไม่ว่าทางซ้าย หรือขวา หรือ กรณีที่วัตถุที่ถ่ายกำลังหมุน (ในขณะที่กล้องอยู่กับที่)

เราสามารถดูวัตถุนั้น เป็น 3 มิติได้ โดยการใช้แว่นตา ที่ด้านหนึ่ง เป็น ฟิลเตอร์มืด ส่วนอีกด้านไม่มี ฟิลเตอร์

แว่นตา 3 มิติ
แว่นตา 3 มิติ ที่ขายพร้อมกับ VCD สารคดี 3 มิติ
แว่นตา 3 มิติ
แว่นตา 3 มิติ ของ UBC

Effect นี้ มีชื่อเรียกว่า Pulfrich Effect มีการกล่าวถึง และวิเคราะห์ ครั้งแรก ในปี ค.ศ.1922 การที่เราสามารถเห็นภาพ 3 มิติ จากวีดีโอ 2 มิติ ได้นั้น เนื่องจาก สมองจะ 'แปล' ภาพที่มีแสงน้อย ได้ช้ากว่าภาพปกติ ดังนั้น กว่าที่สมองจะแปลภาพที่มองเห็นผ่าน filter ได้ สมองก็ได้รับภาพ 'ใหม่' จากตาอีกข้าง ที่ไม่มี filter แล้ว เมื่อสมอง 'เห็น' ภาพต่างกันระหว่างตาซ้าย กับตาขวา ก็จะทำการรวมภาพเข้าด้วยกัน และแปลผลออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

ถ้าเราใช้ filter ตัดแสงบังตาด้านขวาไว้ จะพบว่า

  1. วัตถุที่เคลื่อนที่เร็วกว่า ไปทางด้านขวา จะดูเหมือนกับอยู่ใกล้เข้ามา
  2. วัตถุที่เคลื่อนที่เร็วกว่า ไปทางด้านซ้าย จะดูเหมือนกับอยู่ไกลออกไป

link ที่เกี่ยวกับ pulfrich images
Pulfrich Effect
The Pulfrich Effect
The Pulfrich Illusion
3D Viewing Method
Physics Fair Experiments
Physiological Correlate of the Pulfrich Effect
The Pulfrich Roses
Nickalls - Pulfrich Curve
Principals of pulfrich's effect 3D display (ภาษาญี่ปุ่น)
Pulfrich Glasses (ขายแว่น)

การทดลองง่ายๆ : ลองแขวนวัตถุสะท้อนแสง เช่น ช้อน หรือ ส้อมโลหะ แล้วทำให้แกว่งในแนวซ้ายขวา (ระยะห่างจากผู้ทดลองคงที่) สวมแว่นตากันแดดที่ถอดกระจกด้านซ้ายออก แล้วมองที่วัตถุ จะพบว่า วัตถุดูเหมือนว่าจะแกว่งเป็นวงกลม (ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เมื่อมองจากด้านบน) คือเหมือนกับใกล้เข้ามา ในขณะเคลื่อนที่จากซ้ายไปขวา และเหมือนกับไกลออกไป ในขณะที่เคลื่อนที่จากขวาไปซ้าย ถ้าลองสลับให้กระจกมืดอยู่ที่ตาข้างซ้าย จะดูเหมือนวัตถุแกว่งเป็นวงกลม ในทิศทางตรงกันข้าม

ลักษณะการเคลื่อนที่ของวัตถุ และกล้องวีดีโอ ที่มีผลต่อ pulfrich effect

  1. การถ่ายวีดีโอในแนวตั้งฉาก กับทิศการเคลื่อนที่ จะทำให้เกิด pulfrich effect ที่ดี อย่างไรก็ตาม ความเร็วของการเคลื่อนที่ ต้องไม่สูงมากเกินไปจนทำให้ภาพเบลอ
  2. การถ่ายวัตถุที่หมุนอยู่ เช่น คนเล่นสเก็ต จะทำให้เกิด pulfrich effect
  3. การถ่ายโดยการหมุนกล้องรอบวัตถุ ไม่เหมาะกับการเกิด pulfrich effect

มีการใช้ pulfrich effect ในละครทีวี ตอนหนึ่ง ของอเมริกา ที่ชื่อว่า '3rd Rock from the Sun' ในเดือนพฤษภาคม 1997 ผู้ชม สามารถชมภาพ 3 มิติ ได้ โดยการดูผ่านเลนส์ของแว่นกันแดด ผ่านตาข้างขวา

ปัจจุบัน มีการนำเทคนิคดังกล่าว มาใช้ใน VCD ในท้องตลาดในเมืองไทย หลายเรื่องด้วยกัน VCD จะขายพร้อมกับแว่นตา ด้านหนึ่งสีเขียว ด้านหนึ่งสีเทา

ในเดือนมีนาคม 2546 ทางบริษัท UBC ได้นำภาพยนต์ 3 มิติ ที่ใช้เทคนิคดังกล่าว ออกฉายทางช่อง UBC 37 และแจกแว่นตากระดาษ (สีของกระดาษแก้ว เป็นสีเดียว กันกับที่ใช้บนแว่น VCD) ถ้าต้องการแว่นตาเพิ่ม สามารถซื้อได้ ในราคาอันละ 20 บาท

ถ้าใครอยากลองสร้าววีดีโอ 3 มิติ ทำได้ง่ายๆ โดยการนั่งรถที่ความเร็วสัก 20 ก.ม.ต่อชั่วโมง ใช้กล้องวีดีโอ ถ่ายภาพด้านนอกรถทางขวามือ โดยเลือกวิว ให้มีวัตถุหลายๆ อย่าง อยู่ใกล้บ้าง ไกลบ้าง ตัวอย่างเช่น ต้นไม้ รั้ว อาคาร บ้าน เป็นต้น เมื่อถ่ายเสร็จ เปิดวีดีโอดูทางจอทีวี แล้วดูวีดีโอ โดยใช้แว่นกันแดด (น่าจะใช้สีเทา) กั้นตาขวา (ตาซ้าย ไม่ต้องดูผ่านแว่นกันแดด) ก็จะสามารถเห็นวัตถุต่างๆ ในวีดีโอเป็น 3 มิติได้

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 6 : Squished Side by Side on Lenticular Display

ระบบนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากมาก สำหรับคนทั่วไป หลังจากถ่ายภาพแล้ว เราสามารถส่งภาพเหล่านี้ ไปยังร้านที่รับทำภาพ 'lenticular' ได้ ทางร้านจะทำการ'รวม' ภาพหลายใบนี้ เข้าเป็นภาพ 1 ใบ โดยการใช้ซอฟท์แวร์ ตัดภาพออกเป็นริ้วในแนวตั้ง แล้วนำเข้ามาประกอบกันใหม่ จากนั้น จะใช้พื้นผิวพลาสติก ที่เรียกว่า lenticular screen ซึ่งประกอบด้วยเลนส์แนวตั้งจำนวนมาก เรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ เลนส์เหล่านี้ จะทำให้ตาซ้ายขวาของเรา เห็นภาพที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นภาพเป็น 3 มิติ

Effect ต่างๆ ที่ใช้กับภาพ Lenticular

  1. 3D : รวมภาพหลายภาพเป็นภาพ 3D
  2. Flip : รวมภาพได้มากถึง 6 ภาพ
  3. Animation : รวมภาพได้ถึง 18 ภาพ
  4. Morph : รวมได้ 12 ภาพ
  5. Zoom : 8 ถึง 10 ภาพ

Lenticular Links

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 7 : Polarized Images Using Polarized Glasses

หลักการของระบบนี้ คือการฉายภาพ ซ้ายขวา ผ่าน polarization ที่มีแกนต่างกัน ปกติจะใช้ความต่างที่ 90 องศา เช่น 0/90 องศา หรือ 45/135 องศา แล้วใช้แว่นตา ที่มี polarizer ที่ตรงกับการฉายภาพ ทำให้ตาซ้าย มองเห็นภาพซ้าย และตาขวามองเห็นภาพขวา

ระบบดูภาพ 3 มิติ รุ่นใหม่ บน จอ Monitor ประกอบด้วย ซอฟท์แวร์ , จอ Monitor พิเศษ ที่มี 2 ชั้น , mouse พิเศษ, และแว่นตา ที่เป็น polarizer

ระบบที่เห็นนี้ ใช้ในการแปลภาพดาวเทียมที่เป็น stereo ครับ

รายละเอียด หาเพิ่มเติมได้จาก L.H.Systems

บน stereoscopy.com มี แว่นตา polarizing glasses ให้ดูหลายรุ่นครับ

การใช้ polarizer กับเครื่องฉายสไลด์ เพื่อดูภาพ 3 มิติ

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 8 : ภาพซ่อน 3 มิติ (Stereograms หรือ 3D Illusion)

เป็นภาพ 3 มิติ แบบที่นิยมเล่นกันมากที่สุด ในหมู่หนุ่มสาว เนื่องจากไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยในการดูภาพ ภาพ จะถูกซ่อนอยู่ในภาพอื่น ที่มีลวดลาย และสีสันสวยงาม ส่วนมากจะเป็นลวดลายซ้ำๆ กัน

ภาพซ่อน 3 มิติแบบจุด (Ramdom dot stereogram) ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย ดร.เบลา จูเลส (Dr.Bela Julesz) ในปี ค.ศ.1959 เพื่อทดสอบความสามารถในการมองเห็นภาพ 3 มิติ (stereopsis)


ดูตัวอย่างภาพซ่อน 3 มิติ ได้ที่นี่ครับ


ตัวอย่างภาพ stereogram
ที่มา : www.magiceye.com


ปฏิทินปี 2008 ของ Magic Eye

ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ
ระบบที่ 9 : ChromaDepth

ChromaDepth Technologies นำเสนอเทคโนโลยีการดูภาพ 3 มิติ ผ่านแว่นตาพิเศษ ที่สามารถแยกมิติของภาพออกมาให้เห็นได้ ตามโทนสีของภาพ โดยที่สีน้ำเงินจะเป็นสีที่อยู่ลึกที่สุด และสีแดงเป็นสีที่ลอยตัวมากที่สุด

chromadepth technology

chromadepth technology
Logo ที่เมื่อใช้แว่นตาของ ChromaDepth ดู จะเห็นมิติอย่างชัดเจน

chromadepth glasses
แว่นตาของ ChromaDepth ราคาอันละ 1 $USD (ต้องสั่งซื้ออย่างน้อย 50 อัน)

ข้อดีของระบบนี้ น่าจะเป็นที่ความง่ายของการสร้างภาพ 3 มิติ คือเพียงแค่ใช้สีกำหนดความลึกเท่านั้นเอง ถ้าเราใช้สีเทียนสีน้ำเงินวาดวงกลมบนกระดาษ แล้วใช้สีเทียนสีแดงวาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนกระดาษ เมื่อใช้แว่นตา ChromaDepth ดูภาพ ก็จะเห็นทันทีเลยว่า สี่เหลี่ยมจัตุรัสสีแดงลอยอยู่เหนือวงกลมสีน้ำเงิน

ข้อเสียของระบบนี้ คือไม่สามารถใช้กับภาพที่วัตถุสีแดงอยู่ข้างหน้าได้ เช่น ให้คนใส่เสื้อสีแดงยืนอยู่ด้านหน้าคนใส่เสื้อสีน้ำเงิน

ChromaDepth น่าจะเหมาะสมกับการทำแผนที่ หรือ Graphic ที่เกี่ยวข้องกับ GIS โดยให้ชั้นสีตามมิติของ ChromaDepth คือ สีน้ำเงินต่ำสุด และ สีแดงสูงสุด เป็นต้น

เชิญชม ตัวอย่างภาพ ChromaDepth

คำนิยาม :

parallax ปรากฏการณ์ ที่แสดงความแตกต่างของตำแหน่งของวัตถุ เมื่อมองจากตาต่างข้างกัน เพื่อทดลองเกี่ยวกับ parallax ให้ลองยกนิ้วชี้ขึ้น ให้ตรงกับจมูก ห่างจากตาทั้งสองข้างประมาณ 1 ฟุต หลับตาซ้าย และใช้ตาขวามองนิ้ว หลังจากนั้น ให้หลับตาขวา และใช้ตาซ้ายมองแทน เราจะเห็นนิ้วชี้กระโดดไปมา เนื่องจากผลของ parallax

ลิ้งค์ :

All About Stereo Photography
รายละเอียดเกี่ยวกับ Stereo Photography ทั้ง ประวัติความเป็นมา, ระบบต่างๆ ของการถ่าย และการดูภาพ
บทความ "Stereo Photography with a Digital Camera System" ของ จอห์น ฮาร์ท (John Hart)
อธิบายตั้งแต่หลักการของภาพ 3 มิติ, ระบบดูภาพ 3 มิติ, อุปกรณ์, และ การใช้ซอฟท์แวร์สร้างภาพ 3 มิติ
3D Photography
รายละเอียดเกี่ยวกับ Stereo Photography เช่น วิธีดูภาพ, วิธีถ่ายภาพ, วิธีฉายภาพ, เป็นต้น
3D Web
ขายซอฟท์แวร์สำหรับสร้างภาพ 3D ชื่อ Lenticular Imaging Software โดย ProMagic
Reel 3-D Enterprises, Inc.
ขายอุปกรณ์3D อาทิ กล้องดูภาพ, แว่นตา, กล้องถ่ายภาพ, เครื่องดูสไลด์, slide mounter, หนังสือ, ฟิลเตอร์, เป็นต้น
3Dstereo.com, Inc.
ขายกล้อง และอุปกรณ์ ในการถ่ายภาพ, ดูภาพ, ฉายภาพ 3D รวมถึงภาพ 3D
Sydney Stereo Camera Club Inc. Australia
เป็นคลับอยู่ในออสเตรเลียครับ มีภาพ 3D ให้ download ด้วย
Berezin Stereo Photography Products
Slide Viewers , Card Viewer และ Viewmaster Viewers , Camera , Hyper-View a large format stereo print viewer , ScreenScope ,
FAQ ที่ Reel 3-D Enterprises, Inc.
คำถาม-คำตอบ สำหรับการถ่ายภาพ 3 มิติ
การใช้ 'กล้องถ่ายภาพครั้งเดียวทิ้ง' สำหรับการถ่ายภาพ 3 มิติ
การใช้ 'กล้องถ่ายภาพครั้งเดียวทิ้ง' สำหรับการถ่ายภาพ 3 มิติ
3D Photography Bulletin Board
Stereo Photography Overview
Stereo Photograph และ Moving Stereogramที่ rcn.dhs.org
มี moving line stereogram ที่ดีมาก , stereo picture ของ Den Park ในญึ่ปุ่น, random dot stereogram
Rainbow Symphony Inc.
ขายแว่นตา 3D ทุกระบบ

แปลจาก www.shortcourses.com/how/stereo/stereoimages.htm



Facebook logo
Sci4Fun | Sky Phenomena 2012 | Kites | Flowers 3D | Religious Places | Et Cetera | Time-lapse | Water Rockets | Pitan Singhasaneh


Sci4fun | กลับขึ้นข้างบน
คำถาม? ข้อคิดเห็น! ข้อเสนอแนะ . . . ติดต่อกับเราได้ครับ


All rights reserved.
Reproduction in whole or in part without permission is prohibited.
P i t a n S i n g h a s a n e h
ผู้เขียน : ดร. พิธาน สิงห์เสน่ห์
Writer : Dr.Pitan Singhasaneh