การสำรวจอวกาศ
Space Exploration Time Line
ค.ศ. 2001 - ปัจจุบัน


ค.ศ. 1957 - 1962 | ค.ศ. 1963 - 1980 | ค.ศ. 1981 - 2000 | ค.ศ. 2001 - ปัจจุบัน | อนาคต
ประเทศ 10 ประเทศแรกที่พิชิตอวกาศ | แบบจำลองกระดาษของดาวเทียม จรวด และ ยานอวกาศ



Mars Surveyor 2001 Orbiter


Mars Surveyor 2001 Lander
ที่ถูกยกเลิกไป

มาร์ส ออดเดสซี (Mars Odyssey)

ส่ง : วันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2544 เวลา 22:02 น. ของประเทศไทย (Saturday, 7 April 2001)
จรวดนำส่ง : เดลต้าทู (Delta II) จากแหลม คานาเวอรัล รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา
น้ำหนักยาน : 725 กิโลกรัม (331.8 + เชื้อเพลิง 348.7)
ภารกิจ : ยานโคจรรอบดาวอังคาร
เจ้าของโครงการ : NASA

ยานมาร์ส โอดิสซี่ เดินทางถึงดาวอังคาร เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2544 (ค.ศ.2001) และเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคาร ในเดือนมกราคม พ.ศ.2545 (ค.ศ.2002)

อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนยานอวกาศ ประกอบด้วย Thermal Emission Imaging System (THEMIS), Gamma Ray Spectrometer (GRS), และ Martian Radiation Environment Experiment

วงโคจรของยานรอบดาวอังคาร : ความสูง 3,785 กิโลเมตร (ประมาณ 400 กิโลเมตรเหนือพื้นดาว) , Eccentricity 0.0115, มุมเอียงการโคจร 93.2 องศา, คาบการโคจร 1.964 ชั่วโมง

ยาน Mars Odyssey เดิมมีชื่อว่า Mars Surveyor 2001 Orbiter ซึ่งต้องการให้ชื่อเชื่อมโยงกับยาน Mars Surveyor 2001 Lander แต่ต่อมา โครงการ Lander ถูกยกเลิกไปเมื่อปี พ.ศ.2543 เนื่องจากความล้มเหลวของโครงการ Mars Climate Orbiter และ Mars Polar Lander ในปี พ.ศ.2542 ยาน Mars Surveyor 2001 Orbiter จึงได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า 2001 Mars Odyssey เพื่อเป็นสื่อให้กับหนังสือ 2001 : A Space Odyssey ของ อาเธอร์ ซี คลาก (Arthur C. Clark)

Links :


เดนนิส ติโต


เดนนิส ติโต


Soyuz TM-32 Mission Patch

วันที่ 28 เมษายน 2544 (28 April 2001)

เดนนิส ติโต (Dennis Tito)
First Space Tourist - นักท่องเที่ยวอวกาศคนแรกของโลก

เดนนิส แดนโทนี ติโต (Dennis Anthony Tito) มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน วัย 60 ได้เป็นนักท่องเที่ยวอวกาศ (Space Tourist) คนแรกที่ได้ขึ้นไปท่องอวกาศ บนสถานีอวกาศนานาชาติ เขาเดินทางไปกับกระสวยอวกาศของรัสเซีย ชืื่อ โซยุส ทีเอ็ม-32 (Soyuz TM-32) พร้อมกับนักบินอวกาศชาวรัสเซียอีก 2 คน ติโตใช้เวลาอยู่ในอวกาศนาน 7 วัน 22 ชั่วโมง กับอีก 4 นาที โดยได้โคจรรอบโลก 28 รอบ ก่อนจะกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2544 ติโตต้องจ่ายเงินไปกับการท่องอวกาศครั้งนี้จำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Links :




ลักษณะของอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง

สภาพของยานหลังการตกกระแทกพื้น
8 สิงหาคม 2544 (8 August 2001)

เจเนซิส (Genesis)
First Spacecraft Attempt to Collect a Sample of Solar Wind - ยานอวกาศดวงแรกพยายามเก็บตัวอย่างของลมสุริยะ
First Spacecraft with "Sample Return Mission" to Return From Beyond the Orbit of the Moon- ยานอวกาศดวงแรกที่มีการเก็บตัวอย่างเกินกว่าวงโคจรของดวงจันทร์

ยานถูกส่งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2001 และตกกระแทกพื้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2004 จากการที่ร่มนำไม่กาง การกระแทกทำให้ตัวอย่างที่เก็บได้ถูกปนเปื้อน ทำให้ต้องผ่านกระบวนการการแยกตัวอย่างเพิ่มเติม ก่อนที่ตัวอย่างจะใช้ได้

วัตถุประสงค์หลักของยาน คือการเก็บตัวอย่าง นีออน และ อาร์กอน เพื่อหาอัตราส่วนของธาตุทั้งสองในดวงอาทิตย์

อุปกรณ์เก็บตัวอย่างประกอบด้วยแผงหกเหลี่ยมเล็กๆ ที่วางต่อกัน ทำด้วย ซิลิกอน, ทอง, แซฟไฟร์, เพชร และ วัสดุอื่นๆ

Links :


จรวด เอช-ทูเอ


จรวด เอช-ทูเอ แบบต่างๆ


จรวด เอช-ทูเอ เที่ยวบินที่ 11 ทะยานขึ้นจากฐาน

29 สิงหาคม 2544 (29 August 2001)

จรวดเอช-ทูเอ (H-IIA Rocket)

เอช-ทูเอ เป็นจรวดของญี่ปุ่น ใช้เพื่อการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ผลิตโดย "บริษัทมิตซูบิชิ เฮพวี่ อินดัสตรีส์" (Mitsubishi Heavy Industries : MHI) สำหรับองค์การสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น "จั๊กซ่า" (Japan Aerospace Exploration Agency : JAXA)

จรวดเอช-ทูเอ เป็นจรวดที่พัฒนามาจากจรวดเอช-ทู ที่มีราคาแพงกว่า และมีอัตราการล้มเหลวที่สูงกว่า

จรวดเอช-ทูเอ เป็นจรวด 2 ตอน มีความสูง 53 เมตร (173 ฟุต) เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร (13.1 ฟุต) น้ำหนัก 285,000 กิโลกรัม (628,000 ปอนด์)

เที่ยวบินแรกของจรวดเอช-ทูเอ เริ่มเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2544 และเที่ยวบินล่าสุด เป็นการส่งดาวเทียม WINDS เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551

Links :


QuickBird
18 ตุลาคม 2544 (18 October 2001)

ควิกเบิร์ด (QuickBird)

ควิกเบิร์ด (QuickBird) เป็นดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ของบริษัท DigitalGlobe มีความละเอียดภาพ (image resolution) 0.61 เมตร

จรวดที่ใช้ส่งคือ Boeing Delta II

Links :


JASON
7 ธันวาคม 2544 (7 December 2001)

เจสัน (Jason)

เจสัน (Jason) เป็นดาวเทียมภายใต้ความร่วมมือของ NASA และ องค์การอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส (CNES) ที่ทำงานต่อเนื่องจากโครงการ TOPEX/Poseidon เพื่อศึกษา Topography ของผิวมหาสมุทร มีความละเอียดในการตรวจวัดถึง 4.2 เซนติเมตร ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำนายปรากฏการณ์ El Nino ได้ อีกทั้งเข้าใจการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร รวมทั้งผลกระทบที่มีต่อภูมิอากาศของโลก

Jason ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจร จาก Vandenberg Air Force Base เมื่อ 7:07 นาฬิกา ของวันที่ 12 ธันวาคม 2001 โดยจรวด Delta II

Links :
NASA
Ocean Surface Topography from Space
Vandenberg Air Force Base





instruments

1 มีนาคม 2545 (1 March 2002)

เอนวิแซท (Envisat)

เอนวิแซท (Envisat) เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงล่าสุดของยุโรป มีความสามารถในการบันทึกข้อมูลทางด้านสภาพทางทะเล และชีววิทยาทางทะเล

ดาวเทียมเอนวิแซท ส่งขึ้นสู่วงโคจร โดยจรวด Ariane 5G (Ariane 511, V145) ขึ้นสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun Synchronous) 766 km x 784 km x 98.5° จาก Kourou (Guyane) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2002 เวลา 1:07 UTC

ดาวเทียมมีน้ำหนัก 8.1 ตัน (รวมน้ำหนักเชื้อเพลิง 319 กิโลกรัม) สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 6.5 kW โคจรรอบโลกทุก 100 นาที ณ ความสูง 800 กิโลเมตร

เอนวิแซท ติดตั้งอุปกรณ์ 10 เครื่อง เช่น Radar Altimeter, Doris system, Godae/Mercator

Links :

SPOT-5 Satellite


SPOT 5

SPOT 5
วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2545 (Saturday, 4 May 2002)

สปอตไฟว์ (SPOT 5)

สปอตไฟว์ (SPOT 5) เป็นดาวเทียมดวงที่ 5 ในชุด (series) ของดาวเทียมสปอต ของประเทศฝรั่งเศส

จรวด Ariane 42P (V151) (Ariane 511, V145) ส่ง ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรสปอตไฟว์ ส่งขึ้นสู่วงโคจร Polar Orbit 825 km x 826 km x 98.8° x 101.4 min จาก Kourou Space Center's ELA-2 (Guyane) เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2002 เวลา 1:31 UTC

สปอตไฟว์ สร้างโดย Astrium มีน้ำหนัก 3 ตัน (น้ำหนักเชื้อเพลิง hydrazine 150 กก.) ถ่ายภาพขาว-ดำ (Panchromatic) ที่ความละเอียด 2.5 เมตร และ ภาพหลายช่วงคลื่น (Multispectral) ที่ความละเอียด 10 เมตร อีกทั้งมีความสามารถถ่ายภาพสามมิติได้อีกด้วย

Links :

  • SPOT บน wikipedia
  • EADS บน wikipedia










EOS AQUA
(EOS PM)

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2545 (Saturday, 4 May 2002)

อีโอเอส อะควา (EOS Aqua)

อีโอเอส อะควา (EOS Aqua) มีอีกชื่อหนึ่งว่า EOS-PM Earth เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรของอเมริกา ส่งขึ้นสู่ วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun Synchronous) ที่ 676 km x 687 km x 98.2° โดย จรวด Delta-7920-10L จาก Vandenberg Air Force Base's SLC-2W เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ของโลก ได้แก่ พื้นดิน มหาสมุทร และ บรรยากาศ

ดาวเทียมอะควา สร้างโดย TRW มีขนาด 4.8 x 8.4 x 16.7 เมตร หนัก 1.75 ตัน ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 4.86 kW

AQUA ติดตั้งอุปกรณ์วัด 6 ตัว คือ AMSR/E, MODIS, AMSU, AIRS, HSB, และ CERES

ชื่อ "Aqua" มาจากภาษาละตินที่แปลว่า "น้ำ"

Links :


Contour

Contour
3 กรกฏาคม 2545 (3 July 2002)

คอนทัวร์ (Contour)

คอนทัวร์ (Contour) มีชื่อเต็มว่า The Comet Nucleus Tour เป็นยานอวกาศ สร้างโดย Johns Hopkins University's Applied Physics Laboratory (APL) ส่งขึ้นสู่อวกาศโดยจรวด Boeing Delta 7425-9.5 จาก Cape Canaveral เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2002 เวลา 6:47 UTC เพื่อศึกษาดาวหาง

ในแนวการเดินทาง Contour จะพบและศึกษาดาวหางอย่างน้อย 2 ดวง

Links :


Kosmos-2390 and Kosmos-2391
8 กรกฎาคม 2002 (2545)

คอสมอส-2390 และ คอสมอส-2391 (Kosmos-2390 and Kosmos-2391)

คอสมอส-2390 และ คอสมอส-2391 (Kosmos-2390 and Kosmos-2391) เป็นดาวเทียมของรัสเซีย ส่งโดยจรวด Kosmos3M (11K65M) จาก Plesetsk ขึ้นสู่วงโคจร 1466 x 1507 กิโลเมตร x 82.5 องศา

Links :


ADEOS II
14 ธันวาคม 2545 (14 December 2002)

อาดีออสทู (ADEOS II)

อาดีออสทู (ADEOS II) หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า มิโดริทู(Midori 2) เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรของญี่ปุ่น (NASDA) ADEOS เป็นชื่อย่อจาก ADvanced Earth Observing Satellite

จรวด H-2A-202 (H-IIA F4) ส่ง ดาวเทียมอาดีออสทู ขึ้นสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun Synchronous) 804 km x 806 km x 98.7° x 101 min เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2002 เวลา 10:31 น. จาก Tanegashima Space Center

อาดีออสทู มีน้ำหนัก 3.7 ตัน (รวมเชื้อเพลิง) มีขนาด 4x4x5 เมตร แผงเซลแสงอาทิตย์ขนาด 0.3 x 24 เมตร สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 5 kW

ดาวเทียมดวงนี้มีอุปกรณ์ 5 ตัว เพื่อใช้ในการสำรวจสภาพอากาศของโลก

Links :

  • NASDA
  • ADEOS-II CountDown
  • Tanegashima Space Center

  • LOGO ของ STS-107


    ภาพข่าวทาง CNN


    ลูกเรือ STS-107


    ลูกเรือของ STS-107, จากซ้ายไปขวา Brown, Husband, Clark, Chawla, Anderson, McCool, Ramon
    1 กุมภาพันธ์ 2546 (1 February 2003)

    อุบัติเหตุกระสวยอวกาศโคลัมเบียระเบิด (Space Shuttle Columbia Disaster)

    Links :











    ภาพ 3 มิติ ของฮายาบูสะ


    ฮายาบูสะปล่อยอุปกรณ์เล็งเป้าบนพื้นผิวไปยังอิโตกาวา อุปกรณ์นี้จะช่วยนำยานฯ ลดระดับเพื่อลงสู่พื้นผิวของอุกาบาตอิโตกาว่า


    ฮายาบูสะและอุปกรณ์ Minerva Surface Hopper


    อุกกาบาตอิโตกาว่า

    9 พฤษภาคม 2546 (1 February 2003)

    ฮายาบูสะ (Hayabusa)
    First Spacecraft with "Sample Return Mission" from the Near-Earth Asteroid - ยานอวกาศลำแรกที่เดินทางไปเก็บตัวอย่างของอุกกาบาตและส่งตัวอย่างกลับมายังโลก

    ฮายาบูสะ เป็นยานอวกาศไร้คนขับ ของ JAXA ที่ส่งไปเก็บตัวอย่างจากอุกกาบาตใกล้โลก ที่ชื่อว่า 25143 อิโตกาวา (25143 Itokawa) ประมาณกลางเดือนกันยายน 2548 และส่งตัวอย่างกลับมายังโลก

    ยานฮายาบูสะ มีชื่อเดิมเรียกว่า MUSES-C มีน้ำหนัก 510 กิโลกรัม ส่งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2546 จากศูนย์อวกาศคาโกชิมา (Kagoshima Space Center (Uchinoura)) โดยจรวด M-V-5

    ในเดือนพฤศจิกายน 2548 ฮายาบูสะ พยายามลงจอดบนอุกกาบาต แต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม มีความน่าจะเป็นค่อนข้างสูงที่ฝุ่นบางส่วนอาจถูกม้วนเข้าไปในช่องเก็บตัวอย่าง ดังนั้นยานฯ จึงปิดอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง และเดินทางกลับมาสู่โลกในประมาณเดือนมิถุนายน 2553

    แม้ว่ายานอวกาศอื่น เช่น กาลิเลโอ และ เนียร์ ชูเมคเกอร์ จะเคยเดินทางไปสำรวจอุกกาบาตมาก่อนหน้านี้ แต่ฮายาบูสะ จะเป็นยานอวกาศลำแรกที่เดินทางไปเก็บตัวอย่างของอุกาบาตและนำกลับมายังโลกเพื่อการวิเคราะห์ต่อไป

    การเก็บตัวอย่าง

    ยานฯ จะเก็บตัวอย่าง 3 ครั้ง โดยการยิงเม็ดแทนทาลัม (tantalum) ไปกระทบกับพื้นผิวอุกกาบาต ด้วยความเร็ว 300 เมตร/วินาที ฝุ่นผงที่กระจายขึ้นจะถูกเก็บตัวอย่างโดยอุปกรณ์รูปร่างคล้ายเขา (sample horn) ซึ่งจะถูกเก็บไว้อย่างดีภายในแคปซูลเก็บตัวอย่าง ขณะที่ยานฯ เดินทางกลับโลก

    เมื่อยานฯ ลดระดับลงสู่อุกาบาตอิโตกาว่าเพื่อที่จะยิง pellet ไปยังพื้นผิว ยานฯ จะปล่อยอุปกรณ์ขนาดเล็กเท่ากระป๋องกาแฟ ชื่อ MINERVA ลงสู่พื้นผิวอย่างช้าๆ MINERVA จะกระเด้งไปบนพื้นผิวเป็นเวลา 1-2 วัน เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและบันทึกภาพรายละเอียดสูงจากกล้องขนาดเล็ก 3 ตัว

    Links :


    Mars Express
    2 มิถุนายน 2546 (2 June 2003)

    มาร์ส เอกซ์เพรส (Mars Express)

    มาร์ส เอกซ์เพรส (Mars Express) เป็นยานอวกาศสำรวจดาวอังคาร ของ องค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ยานอวกาศลำนี้ได้ชื่อว่า Mars Express เป็นเพราะยานอวกาศนี้สร้างได้เร็วกว่าปกติมากนั่นเอง

    ยาน บีเกิ้ล ทู (Beagle 2) ที่ลงจอดบนดาวอังคารนั้น ถูกตั้งชื่อตามชื่อเรือของ Charles Darwin ที่ได้ไอเดียเกี่ยวกับทฤษฎีการพัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ในขณะที่เขาแล่นเรืออยู่

    Links :




    OrbView 3
    พฤหัสบดี 26 มิถุนายน 2546 (Thursday, 26 June 2003)

    ออปวิว 3 (OrbView 3)

    ออปวิว 3 (OrbView 3) เป็นดาวเทียมของบริษัท Orbital Imaging Corporation (OrbImage) ประเทศอเมริกา

    Orbview 3 สามารถถ่ายภาพพื้นโลกได้ใน mode ขาว-ดำ ที่ความละเอียด 1 เมตร และ mode multispectral (สี และ อินฟราเรด จำนวน 4 ช่วงคลื่น) ที่ความละเอียด 4 เมตร (swath width = 8 กม.) ระยะเวลาโคจรซ้ำที่เดิม น้อยกว่า 3 วัน อายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี

    ดาวเทียมมีน้ำหนัก 304 กิโลกรัม โคจรสูงจากพื้นโลก 470 กิโลเมตร ที่มุมเอียง 97 องศา ส่งขึ้นสู่วงโคจรโดยจรวด Pegasus-XL จาก Vandenberg Air Force Base ใน แคลิฟอเนีย

    Links :








    SPITZER Space Telescope

    การปล่อยจรวดเพื่อส่ง Spitzer
    25 สิงหาคม 2546 (25 August 2003)

    กล้องโทรทัศน์อวกาศสปิ๊ดเซอร์ (Spitzer Space Telescope - SST)
    First Space-based Opticl Telescope - กล้องโทรทัศน์ระบบอินฟราเรดตัวแรกในอวกาศ

    สปิ๊ดเซอร์ เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศในย่านคลื่นอินฟราเรดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เดิมมีชื่อว่า SIRTF แต่ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2003 จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น Spitzer ตามชื่อนักดาราศาสตร์ Lyman Spitzer ผู้ซึ่งค้นคว้าวิจัยด้านการเกิดของดาว

    เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มเมฆฝุ่นได้ ทำให้กล้องโทรทัศน์อินฟราเรด สามารถถ่ายภาพแกแลคซีได้อย่างชัดเจน

    Links :











    2 มีนาคม 2547 (2 March 2004)

    โรเซทตา (Rosetta)

    โรเซทตา เป็นยานอวกาศของ ESA - European Space Agency ส่งในปี 2004 เพื่อศึกษาดาวหาง 67P/Churyumov-Gerasimenko

    ยานประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ Rosetta space probe และ Philae Lander ระหว่างทางยานจะเดินทางผ่านอุกาบาต 2 ดวง

    ยานเดินทางผ่านโลกครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2005

    เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2007 ยานเดินทางผ่านดาวอังคารเพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารในการเปลี่ยนเส้นทาง ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างเสี่ยง เนื่องจากยานต้องเดินทางเฉียดใกล้ดาวอังคารในระยะ 250 กม. และบังคับให้ยานต้องไม่ได้รับแสงอาทิตย์เป็นเวลาถึง 15 นาที ในขณะที่เดินทางผ่านด้านมืดของดาวอังคาร ทำให้มีคนตั้งชื่อการตัดสินใจนี้ว่า "The Billion Dollar Gamble" อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเส้นทางนี้ประสบความสำเร็จ เมื่อเวลา 03:15 CET

    ยานเดินทางผ่านโลกเป็นครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2007

    ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ยานโรเซทตาจะเข้าสู่วงโคจรรอบดาวหาง ปล่อยยานสำรวจลงสู่พื้นผิวดาวหาง และจะยิงฉมวก 2 อัน เพื่อยึดยานเข้ากับดาวหาง และเริ่มกระบวนการสำรวจต่อไป

    Links :





    3 สิงหาคม 2547 (3 August 2004)

    เมสเซนเจอร์ (Messenger)
    First Spacecraft to Take Pictures of Unseen Side of Mercury - ยานอวกาศลำแรกที่บันทึกภาพดาวศุกร์ด้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

    เมสเซนเจอร์ (Messenger) เป็นยานอวกาศของ NASA ที่ส่งเพื่อสำรวจดาวพุธ โดยทำหน้าที่บันทึกข้อมูลโครงสร้างของเปลือกดาว สภาพภูมิศาสตร์ และวงแหวนของละอองบรรยากาศที่ปกคลุมดาว และจะใช้เวลาประมาณหกปีครึ่งในการเดินทางสู่ดาวพุธ

    เคลื่อนที่ผ่าน โลก, ดาวศุกร์ และ ดาวพุธ เพื่อไปโคจรรอบดาวพุธ ในวันที่ 18 มีนาคม 2011

    ยานมีน้ำหนัก 1,093 กก. ส่งขึ้นโดยจรวด Delta II 7925H-9.5

    คำว่า MESSENGER เป็นคำย่อจาก MErcury Surface, Space ENvironment, GEochemistry and Ranging

    Messenger เป็นยานลำที่ 2 ที่มาเยือนดาวพุธ หลังจากยานลำแรก คือ Mariner 10 ยานเดินทางผ่านดาวพุธครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2008 และบันทึกภาพดาวพุธ ในส่วนที่ยาน Mariner 10 ไม่ได้บันทึกไว้

    Links :


    RVT Reusable Rocket Vehicle
    2 สิงหาคม 2547 (2 August 2004)

    อาร์วีที (RVT Reusable Rocket Vehicle)

    ญี่ปุ่น ทำการทดสอบยานอวกาศที่สามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง และสามารถกลับมาใช้ได้หลาย ๆ ครั้ง

    Links :










    ด้านหลังของสเปซชิพวัน

    4 ตุลาคม 2547 (4 October 2004)

    สเปซชิปวัน (Space Ship One)
    First Spacecraft Private Space Tourism Spaceship to Fly Above the 100 km Karman Line - ยานอวกาศทัศนาจรอวกาศเอกชนลำแรกที่บินสูงกว่า 100 กิโลเมตร

    สเปซชิปวัน (Space Ship One) เป็นยานอวกาศที่ใช้มนุษย์ควบคุมการบิน ของ บริษัท Scaled Composites โดย Space Ship One จะถูกบรรทุกติดใต้ท้องของเครื่องบิน The White Knight และปล่อยในระดับความสูง เพื่อทำการบินในระดับ Sub-orbit เหนือชั้นบรรยากาศโลก

    เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2004 ยานอวกาศ สเปซชิพวัน ออกแบบโดย เบิร์ท รูทัน (Burt Rutan) ของ บริษัท สเกล คอมโพซิทส์ (Scaled Composites) และสนับสนุนทุนโดย เวอร์จิ้น กาแลคติก (Virgin Galactic) พิชิตรางวัลสิบล้านดอลลาร์อเมริกัน เพราะเป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกที่ออกแบบและบินเครื่องบิน ถึงและเลยระดับความสูง 62 ไมล์ (100 กิโลเมตร) 2 ครั้ง ภายใน 2 สัปดาห์

    สเปซชิพวัน เป็นยานอวกาศที่จุคนขับ 1 คน และผู้โดยสาร 2 คน ตัวยานมีความยาวเท่ากับความกว้างปีก คือ 5 เมตร (16 ฟุต 5 นิ้ว) มีพื้นที่ปีก 15 ตารางเมตร มีน้ำหนักไร้คน 1,200 กิโลกรัม และน้ำหนักเมื่อบรรทุก 3,600 กิโลกรัม ขับดันโดยจรวด N2O/HTPB SpaceDev Hybrid rocket motor ที่ให้แรงขับ 7,500 kgf (74 kN) ที่ระยะเวลาการเผาไหม้ 87 วินาที

    ยานสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ มัค 3.09 (3,518 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือ 2,170 ไมล์/ชั่วโมง) มีระยะบิน 65 กิโลเมตร (40 ไมล์) มีเพดานบินสูงสุด 112,000 เมตร (367,360 ฟุต) มีอัตราการบินไต่ขึ้น 416.6 เมตร/วินาที (82,000 ฟุต/วินาที)

    ยานสเปซชิพวัน เป็นความหวังของหลายๆ คน ที่จะใช้ขึ้นไปทัศนาจรอวกาศในอนาคตอันใกล้นี้ โดยไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมากเช่นปัจจุบัน

    Links :


    Deep Impact
    12 มกราคม 2548 (12 January 2005)

    ดีพ อิมแพค (Deep Impact)

    NASA ส่ง ยานอวกาศ ดีพ อิมแพค (Deep Impact) โดย จรวด Boeing Delta II จากฐาน Cape Canaveral Air Force Station ฟลอริดา อเมริกา เพื่อสำรวจ ดาวหางเทมเปล 1 (Tempel 1) ภารกิจนี้ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ เข้าใกล้ความลับของการกำเนิดระบบสุริยะ เมื่อ 4,600 ล้านปีก่อน

    เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2548 เวลา 12:52 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ดีพ อิมแพค ส่ง กระสวยอิมแพคเตอร์ (Impactor) ที่หนัก 370 กิโลกรัม เข้าชน ดาวหางเทมเปล 1 (Tempel 1) ด้วยความเร็ว 10.2 กิโลเมตร/วินาที ความรุนแรงของการกระแทก เทียบเท่ากับแรงระเบิดของ TNT 4.8 ตัน คาดว่าทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ประมาณ 10-200 เมตร ลึกขนาดตึก 2-14 ชั้น

    Links :









    5 พฤษภาคม 2548 (5 May 2005)

    คาร์โทแซท-วัน (CARTOSAT-1)

    เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ของอินเดีย

    Links :




    คอสมอส 1 (COSMOS 1)
    First Solar-sail Spacecraft - ยานอวกาศระบบใบสุริยะลำแรก

    ส่ง : 21 มิถุนายน 2548 เมื่อเวลา 15:46:09 EDT (19:46:09 UTC)
    จรวดนำส่ง : จรวด Volna rocket (a converted SS-N-18 ICBM) จากเรือดำน้ำ Borisoglebsk ในทะเลบาเร้นส์ (Barents Sea)
    น้ำหนักยาน : 100 กิโลกรัม
    ภารกิจ :

    COSMOS เป็นยานอวกาศลำแรกของโลก ที่ใช้ Solar Sail ทางรัสเซียได้เคยประกาศทดสอบยานอวกาศดังกล่าวในเดือนเมษายน 2005 แต่ถูกเลื่อนออกไป

    ยานอวกาศ COSMOS ประกอบด้วยใบสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ จำนวน 8 ใบ แต่ละใบยาว 16.5 หลา

    Solar Sails มีชื่ออื่นอีก คือ Light Sails หรือ Photon Sails

    จรวดส่งยานฯ ประสบความล้มเหลวในระหว่างการส่งยานอวกาศขึ้นสู่อวกาศ

    เป็นที่คาดหมายว่า หากยานอวกาศประสบความสำเร็จในการขึ้นสู่อวกาศ ยานจะเพิ่มความเร็ว จากผลของแรงดันของโฟตอน (radiation pressure of photons) ที่วิ่งมากระทบกับใบเรือ โมเมนตัมของโฟตอนจะถ่ายสู่ใบเรือ และทำให้เกิดความเร่งขนาดน้อยมาก 5x10-4 เมตร/วินาที2 ภายในเวลา 1 วัน ยานอวกาศจะเข้าสู่ความเร็ว 45 เมตร/วินาที และภายในเวลา 100 วัน ยานอวกาศจะมีความเร็วถึง 4,500 เมตร/วินาที และเร็วถึง 45,000 เมตร/วินาที ในเวลา 2.74 ปี

    ในความเร็วดังกล่าว ยานอวกาศจะเดินทางถึงดาวพลูโต ในเวลาน้อยกว่า 5 ปี แม้ว่าในทางปฏิบัติ ยานอวกาศจะมีความเร็วลดลง เมื่ออยู่ไกลขึ้นจากดวงอาทิตย์

    Links :







    12 สิงหาคม 2548 (12 August 2005)

    มารส์ เรคอนเนสซอง ออร์บิทเตอร์ (Mars Reconnaissance Orbiter - MRO)

    MRO เดินทางเป็นเวลา 7.5 เดือน กว่าจะถึงดาวอังคาร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2006

    เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2006 ยาน MRO เข้าสู่กระบวนการ aerobraking ซึ่งจะประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงถึง 50% เพื่อที่จะลดระดับสู่วงโคจรที่มีคาบการโคจรที่สั้นกว่า

    นาซาประกาศความสำเร็จในการทดสอบ MRO เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2006 ในการรับสัญญาณ ที่ส่งมาจาก Rover "Spirit" แล้วส่งต่อไปยังโลก

    Links :


    New Horizon เคลื่อนที่ผ่านดาวพฤหัสบดี


    New Horizon ในห้องปลอดฝุ่น


    New Horizon ที่ดาวพลูโต


    New Horizon ที่ดาวพลูโต


    จรวดส่ง New Horizon


    จรวดส่ง New Horizon


    New Horizon ที่ดาวพลูโต

    19 มกราคม 2546 (19 January 2006)

    นิว ฮอไรซันส์ (New Horizons)
    First Spacecraft to Fly by and Study the Dwarf Planet Pluto and Its Moons - ยานอวกาศลำแรกที่เดินทางผ่านและศึกษาดาวเคราะห์แคระพลูโตและดวงจันทร์ของพลูโต
    Fastest Spacecraft Launched to Date - ยานอวกาศที่ถูกปล่อยด้วยความเร็วสูงสุด

    น้ำหนัก 478 กก.

    เดินทางผ่าน ดาวพฤหัสบดี, ดาวพลูโต และ ชารอน (ดวงจันทร์ของพลูโต)

    ขณะส่งยานเข้าสู่ Earth- and solar-escape trajectory ยานมีความเร็วประมาณ 10.1 ไมล์/วินาที หรือประมาณ 58,356 กม./ชม.

    ยานเดินทางผ่านดาวพฤหัสบดี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2007 เวลา 5:43:40 UTC

    ยานเดินทางผ่านดาวเสาร์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2008 เวลา 10:00:00 UTC

    ยานจะเดินทางผ่านดาวเคราะแคระพลูโต ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2015 และจะเดินทางต่อไปยัง Kuiper belt

    Links :




    ALOS


    ALOS

    24 มกราคม 2549 (24 January 2006)

    เอลอส (ALOS)

    เอลอส (ALOS) เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรของญี่ปุ่น ส่งโดย จรวด H-IIA F8 ณ Tanegashima Space Center เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2549 เวลา 01:33 น. (UT) การยิงจรวดถูกเลื่อนออกไปถึง 3 ครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย และปัญหาของอุปกรณ์ตรวจวัด เอลอสนับเป็นดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่นที่ยิงหลังจากเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2548

    ALOS เป็นคำย่อของ Advanced Land Observation Satellite มีอีกชื่อหนึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่า ไดจิ (DaiChi) ซึ่งแปลว่า "พื้นดิน"

    เอลอส มีน้ำหนัก 4 ตัน โคจรรอบโลกในวงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ณ ความสูง 697 กิโลเมตร ที่มุมเอียง 98.2 องศา โคจรรอบโลก 1 รอบใน 98.74 นาที มีอายุการใช้งานออกแบบ 3-5 ปี

    ดาวเทียมเอลอสมีกล้องบันทึกภาพ 3 ตัว ใช้ในการทำแผนที่ชั้นความสูง ได้แก่ ปริซึม (PRISM), พัลซาร์ (PALSAR), และ อัฟเนียร์-ทู (AVNIR-2)

    ดาวเทียม ALOS ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพด้วยระบบ PRISM พร้อมส่งข้อมูลภาพ กลับมายังสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดิน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549

    ดาวเทียม ALOS ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพด้วยระบบ PALSAR พร้อมส่งข้อมูลภาพ กลับมายังสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดิน ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2549

    ดาวเทียม ALOS ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพด้วยระบบ AVNIR-2 พร้อมส่งข้อมูลภาพ กลับมายังสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดิน ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549

    องค์การอวกาศของญี่ปุ่น "จั๊กซ่า" (JAXA) มีโครงการที่จะยิงดาวเทียมดวงต่อจากเอลอส ในปี พ.ศ.2554

    Links :


    EROS B
    อังคาร 25 เมษายน 2549 (25 April 2006)

    อีรอส บี (EROS B)

    อีรอส บี (EROS B) ส่งขึ้นสู่วงโคจร จาก Cosmodrome ใน Svobodni ไซบีเรีย โดยจรวด Start 1

    ดาวเทียมมีน้ำหนัก 290 กิโลกรัม มีความสามารถสูงกว่าพี่ชาย ที่ชื่อ EROS A อยู่หลายประการ ได้แก่ กล้องที่ใหญ่มากขึ้น ซึ่งเป็นกล้องประเภท CCD/TDI (ย่อมาจาก Charge Coupled Device/Time Delay Integration) มีความสามารถในการถ่ายภาพขาว-ดำ (Panchromatic) ที่รายละเอียด 70 เซ็นติเมตร ณ วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun Synchronous) 500 กิโลเมตร เหนือพื้นโลก ระบบถ่ายภาพเป็นแบบ Asynchronous Push Broom มี Swath Width 7 กิโลเมตร ช่วงคลื่นที่ถ่ายภาพ 0.5 ถึง 0.9 ไมโครเมตร ความละเอียดของข้อมูล 10 บิต ดาวเทียมมีอายุการใช้งานที่คาดหวัง 8-10 ปี

    ดาวเทียมอีรอส เอ ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2000 (2543) ส่วนดาวเทียมอีรอส ซี จะถูกส่งตามขึ้นไปในอนาคต ในปี 2008

    Links :

    27 เมษายน 2549 (27 April 2006)

    ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงที่ 1 (Remote Sensing Satellite No. 1)

    จรวด Long March 4-B นำดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงที่ 1 ของจีน ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2549 เวลา 6:48 น. (วันที่ 26 เมษายน เวลา 22:48 GMT) จากฐานปล่อยจรวด Taiyuan Satellite Launch Center ทางตอนเหนือของมณฑลชางสี นับเป็นการส่งดาวเทียมดวงแรกของปี 2549

    ดาวเทียมดวงนี้มีน้ำหนัก 2.7 ตัน

    Links :


    ยานฟีนิกส์ (Mars Phoenix Lander) กำลังลงจอดบนดาวอังคาร


    การทดสอบยานฟีนิกส์ ในเดือนกันยายน 2006


    อุปกรณ์ต่างๆ ของยานฟีนิกส์


    ภาพยานฟีนิกส์ขณะลงสู่พื้นดาวอังคาร ด้วยร่มชูชีพ ถ่ายจากยาน MRO - Mars Reconnaissance Orbiter


    ภาพพื้นผิวดาวอังคาร

    ฟีนิกส์ (Phoenix)

    ส่ง : 4 สิงหาคม 2550 (4 August 2007) เวลา 9:26:34 UTC
    จรวดนำส่ง : Delta 7925 จากฐาน Pad 17-A ณ สถานีกองทัพอากาศเคป คานาเวอรัล
    น้ำหนักยาน : 350 กิโลกรัม
    ภารกิจ : Lander ของดาวอังคาร
    เจ้าของโครงการ : NASA First time ever one spacecraft has photographed another in the act of landing on a planet - ครั้งแรกที่ยานอวกาศลำหนึ่งบันทึกภาพการลงจอดของยานอีกลำหนึ่งบนดาวเคราะห์

    ฟีนิกส์เป็นยานหุ่นยนต์ (Robotic Spacecraft) ส่งไปยังดาวอังคาร ภายใต้โครงการ Mars Scout มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพภูมิ-ประวัติศาสตร์ของน้ำบนดาวอังคาร และเพื่อดูความเป็นไปได้ของการตั้งถิ่นฐาน ทั้งในอดีตและอนาคต

    ยานฟีนิกส์ประสบความสำเร็จในการลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 (2008)

    Links :









    14 กันยายน 2550 (14 September 2007)

    เซลีน (SELENE)
    First Spacecraft to Enter into Orbit Around a Celestal Body - ยานอวกาศลำแรกที่เข้าสู่วงโคจของอุกกาบาต
    First Spacecraft to Successfully Shoot a Full Earth-Rise - ยานอวกาศลำแรกที่บันทึกภาพโลกขึ้นแบบเต็มดวง

    เป็นยานอวกาศของประเทศญี่ปุ่น ดูแลโดย JAXA มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่า Kaguya

    คำว่า SELENE มาจากภาษากรีกโบราณ ที่แปลว่า ดวงจันทร์

    ยานถูกส่งเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2007 เวลา 01:31:01 UTC โดยจรวด H-IIA จากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมา

    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2007 ยานเดินทางถึงดวงจันทร์ และเข้าสู่วงโคจรผ่านขั้วโลก 101 x 11741 และค่อยๆ ปรับวงโคจรแบบ circular สำเร็จ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2007

    ภาพ "โลกขึ้น" แบบไม่เต็มดวง ถ่ายโดย Apollo 8

    ภาพ "โลกขึ้น" เต็มดวง ถ่ายโดย Selene

    Links :


    เวิล์ดวิว-1 (WorldView-1)

    ส่ง : 18 กันยายน 2550 (18 September 2007) เวลา 1835 GMT (2:35 p.m. EDT)
    จรวดนำส่ง : Delta II จาก Vandenberg Air Force Base
    น้ำหนักยาน : 2,500 กิโลกรัม
    ภารกิจ : สำรวจทรัพยากร (Remote Sensing)
    เจ้าของโครงการ : DigitalGlobe
    มุมเอียงวงโคจร : 97.2 องศา
    คาบการโคจร : 94.6 นาที
    ระยะเวลาการปฏิบัติงานที่ออกแบบ : 7.25 ปี
    รายละเอียดภาพ : 50 เซนติเมตร Panchromatic

    ดาวเทียมเวิล์ดวิว-1 สร้างโดยบริษัท Ball Aerospace & Technologies โดยใช้เทคโนโลยีกล้องบันทึกภาพแบบ off-axis เช่นเดียวกันกับของดาวเทียม QuickBird

    ดาวเทียมมีความสามารถในการบันทึกภาพซ้ำที่เดิม ภายใน 1.7 วัน และ บันทึกภาพครอบคลุมพื้นที่ได้ 750,000 ตารางกิโลเมตร ใน 1 วัน

    Links :











    27 กันยายน 2550 (27 September 2007)

    ดอว์น (Dawn)
    First Spacecraft to Enter into Orbit Around a Celestal Body - ยานอวกาศลำแรกที่เข้าสู่วงโคจของอุกกาบาต

    ดอว์น เป็นยานอวกาศหุ่นยนต์ขององค์การนาซา มีวัตถุประสงค์ในการสำรวจอุกกาบาตเวสต้า (Vesta) ในปี 2011 และ ดาวเคราะห์แคระเซเรส (dwarf planet Ceres) ที่อยู่ในวงแหวนอุกกาบาต (Asteroid Belt)

    Links :






    ภาพดวงจันทร์ภาพแรกจาก Chang'e-1
    ที่มาภาพ

    ฉ๋าง เอ๋อ (Chang'e 1)
    First Chinese Spacecraft to Orbit and Impact Moon - ยานอวกาศลำแรกของจีนที่โคจรรอบดวงจันทร์

    ส่ง : วันที่ 24 ตุลาคม 2007 เวลา 18:05:04.602 CST
    จรวดนำส่ง : Long March 3A จากฐานปล่อยจรวดที่ Xichang Satellite Launch Center
    น้ำหนักยาน : 2,350 กิโลกรัม
    มุมเอียงการโคจร(รอบดวงจันทร์) : ประมาณ 64 องศา
    คาบการโคจร(รอบดวงจันทร์) : ประมาณ 127 นาที
    น้ำหนักยาน : 2,350 กิโลกรัม
    Apoapsis และ Periapsis : ประมาณ 200 กิโลเมตร

    ยานเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007) และ ส่งภาพดวงจันทร์ภาพแรกกลับโลก เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007)

    ฉ๋าง เอ๋อ 1 เป็นเฟสแรกของ โครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน (Chinese Lunar Exploration Program) ที่ประกอบด้วย 3 เฟส ได้แก่ :

    1. Chang'e 1 เป็นยานโคจรรอบดวงจันทร์
    2. Chang'e 2 เป็นยานลงบนพื้นผิวดวงจันทร์
    3. Chang'e 3 เป็นยานลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ และกลับมายังโลก

    Links :










    10 ธันวาคม 2550 (10 December 2007)

    คอสโม-สกายเน็ท 2 (COSMO-SkyMed 2)

    คอสโม-สกายเน็ท 2 ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาของอิตาลี นับเป็นดาวเทียมดวงที่ 2 ในซีรี่ส์ คอสโม-สกายเน็ท ส่งขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2550 เมื่อเวลา 18:30 น. PST (บางแห่งลงข้อมูลว่าเป็นวันที่ 8 ธันวาคม 2550 เวลา 18:31 น. PST) จากฐานปล่อยจรวดแวนเดนเบอร์ก โดยจรวดเดลต้า 2

    ระบบคอสโม-สกายเน็ท ประกอบด้วยดาวเทียมระบบเรดาร์ 4 ดวง ที่สามารถบันทึกภาพได้ในทุกสภาพภูมิอากาศ ระบบมีต้นทุนประมาณ 1 ล้านยูโร เกิดจากข้อตกลงระหว่าง ASI - Italian Space Agency กับ Italian Ministry of Defence

    ระบบคอสโม-สกายเน็ท จะทำงานร่วมกับ Helios 2 ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นดาวเทียมระบบ optical และร่วมกับ ดาวเทียม Saocom 2 ดวง ของประเทศอาร์เยนตินา

    Links :

    28 เมษายน 2551 (28 April 2008)

    คาร์โทแซท-ทูเอ (Cartosat-2A)

    เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงที่ 13 ของอินเดีย ส่งขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2008 เวลา 03:53 GMT โดยจรวด PSLV-C9 จาก SLP, Satish Dhawan Space Centre ยานมีน้ำหนัก 690 กก. มีอายุการใช้งานออกแบบ 5 ปี

    Links :

    28 เมษายน 2551 (28 April 2008)

    ไอเอ็มเอส-1 (IMS-1)

    เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงที่ 14 ของอินเดีย

    Links :


    Mission Patch ของ GLAST


    Logo ของ Fermi ซึ่งเป็นชื่อเดิมของ GLAST




    11 มิถุนายน 2551 (11 June 2008)

    กลาสท์ (GLAST)

    นาซา ปล่อยดาวเทียม GLAST ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 เวลา 1605 GMT (12:05 p.m. EDT) โดยจรวดเดลต้าทู (Delta 2) ของ The United Launch Alliance จากฐาน SLC-17B ณ ฐานทัพอากาศเคปคานาเวอรัล ฟลอริดา จรวดใช้เส้นทาง 7920-Heavy vehicle configuration

    GLAST เป็นกล้องโทรทัศน์อวกาศรังสีแกมมา (Gamma-ray Large Area Space Telescope observatory) ขององค์การนาซา

    นาซาประกาศการเปลี่ยนชื่อจากเดิม "Fermi" เป็น "GLAST" เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551

    ชื่อเดิมของ Fermi Gamma-ray Space Telescope คือ the Gamma-ray Large Area Space Telescope

    กำหนดการส่งเดิม : 7 ตุลาคม 2550, 14 ธันวาคม 2550, 31 มกราคม 2551, 5 กุมภาพันธ์ 2551, 16 พฤษภาคม 2551 (เลื่อนขึ้นมาจาก 29 พฤษภาคม 2551), 3 มิถุนายน 2551, 5 มิถุนายน 2551, 7 มิถุนายน 2551, 8 มิถุนายน 2551


    Banner ของ Fermi


    Banner ของ Fermi

    Links :


    ภาพวาดแสดง Jason-2 ในวงโคจร


    การยิงจรวดส่ง Jason-2


    ดาวเทียม Jason-2 หลังจากแยกตัวออกจากจรวดนำส่ง

    20 มิถุนายน 2551 (20 June 2008)

    เจสัน-2 (Jason-2)

    เจสัน-2 หรือที่เรียกว่า OSTM/Jason-2 ปล่อยขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2551 เวลา 0746:25 GMT (3:46:25 a.m. EDT) จาก Space Launch Complex 2W (SLC-2W) ณ ฐานทัพอากาศแวนเดนเบอร์ก โดยจรวด Delta II 7320 ดาวเทียมฯ แยกตัวออกจากจรวดเมื่อ 55 นาทีต่อมา

    ดาวเทียมเจสันจะอยู่ในวงโคจร 1,336 กม. (830 ไมล์) เป็นวงโคจรวงกลม แบบไม่สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (circular, non-sun-synchronous orbit) มีมุมเอียง 66 องศากับเส้นศูนย์สูตร ทำให้สามารถสำรวจ 95% ของมหาสมุทรของโลกส่วนที่ไม่มีน้ำแข็งปกคลุม ได้ทุก 10 วัน

    OSTM - Ocean Surface Topography Mission บนดาวเทียมเจสัน-2 จะตรวจวัดระดับของผิวหน้าน้ำทะเลของโลก ต่อเนื่องจากโครงการ TOPEX-Poseidon ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง NASA กับ CNES ที่เริ่มต้นในปี ค.ศ.1992 และโครงการ Jason-1 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง NASA กับ CNES เช่นเดียวกัน เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ.2001

    เหมือนกับ ดาวเทียมพี่ทั้ง 2 ดวง ก่อนหน้า Jason-2 จะใช้อุปกรณ์รายละเอียดสูงในการวัดระยะห่างระหว่างผิวหน้าน้ำทะเล กับตัวดาวเทียมฯ โดยมีความผิดพลาดประมาณ 2-3 ซม. เท่านั้น

    กำหนดการส่งเดิม : 15 มิถุนายน, 19 มิถุนายน 2551

    Links :


    แบบหนึ่งของยานอวกาศที่นำกลับมาใช้ได้อีก


    จรวดส่งดาวเทียมที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก


    การออกแบบจรวดความเร็วสูง ต้องคำนึงถึง วัสดุที่นำมาใช้, การขับดัน และ อื่นๆ


    ยานลงจอดบนดาวอังคาร ต้องได้รับการออกแบบที่ดี เพื่อให้รอดจากสภาวะการวิ่งผ่านชั้นบรรยากาศที่ความเร็วสูงมาก


    ยาน X-51A

    22 สิงหาคม 2552 (22 August 2008)

    ไฮโบลท์ (HyBolt) และ ซอเรกซ์ (SOAREX)

    การปล่อยจรวดเพื่อการทดสอบอวกาศยานความเร็วสูงมาก ชื่อ ไฮโบลท์ (HyBolt) และ ซอเรกซ์ (SOAREX) ล้มเหลว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2551 เวลา 5:10 EDT

    จรวด ALV-X1 ของ Alliant Techsystems - ATK ส่งขึ้นจาก Wallops Flight Facility ของนาซา ที่มลรัฐเวอร์จิเนีย ขณะทะยานขึ้น วิถึของจรวดมีการเบี่ยงเบนไปประมาณ 16 องศา ทำให้ระบบทำลายตัวเองทำงาน เมื่อเวลาผ่านไปได้ 20 ถึง 27 วินาที เกิดระเบิดที่ความสูงประมาณ 3,000 ถึง 3,600 เมตร

    ชื่อ HyBolt เป็นชื่อย่อจาก Hypersonic Boundary Layer Transition ส่วน SOAREX ย่อมาจาก Sub-Orbital Aerodynamic Re-entry Experiment

    มูลค่าของ HyBolt และ SOAREX ประมาณ 17 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งรวมมูลค่าการพัฒนา, การประกอบ และการทดสอบ

    Links :


    การปล่อยจรวด


    การวางดาวเทียมแรพิดอาย 2 ดวง บนส่วนหัวของจรวด


    แรพิดอายระหว่างการทดสอบ


    ดาวเทียมแรพิดอายโคจรตามกัน


    ช่วงคลื่นการบันทึกภาพของแรพิดอาย


    แรพิดอาย (RapidEye)

    ส่ง : วันที่ 29 สิงหาคม 2551 เวลา 0715 GMT (3:15 a.m. EDT)
    จรวดนำส่ง : จรวดเนปเปอร์ (Dnepr) จากฐานไบโคนอร์ (Baikonur) ประเทศคาซักสถาน (Kazakhstan) ของ ไอเอสซี คอสโมทราส (ISC Kosmotras)
    น้ำหนักยาน : 330 ปอนด์
    ภารกิจ : สำรวจทรัพยากร
    อายุการใช้งานออกแบบ : 7 ปี

    ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรทั้ง 5 ดวงของแรพิดอาย ปล่อยจากฐานไบโคนอร์ (Baikonur) ประเทศคาซักสถาน (Kazakhstan) เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551 เวลา 0715 GMT (3:15 a.m. EDT) โดยจรวดเนปเปอร์ (Dnepr) ของ ไอเอสซี คอสโมทราส (ISC Kosmotras) สถานีควบคุมดาวเทียมอยู่ที่เมืองแบรนเดนเบอร์ก

    กำหนดการส่งดาวเทียม เดิมอยู่ที่ Dombarovskiy Cosmodrome ใกล้เมืองยาสนี ประเทศรัสเซีย

    ดาวเทียมแรพิดอายเป็นของบริษัท RapidEye AG ในเยอรมนี สร้างโดย Surrey Satellite Technology Ltd - SSTL มีวัตถุประสงค์ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นโลก

    จรวดเนปเปอร์เป็นจรวดที่ปรับปรุงมาจากจรวด R-36 ICBM หรือที่นาโต้ (NATO) เรียกว่า SS-18 Satan ออกแบบโดย Yuzhnoe Design Bureau ที่ Dnipropetrovsk ประเทศยูเครน

    Strategic Rocket Forces ของรัสเซีย ปล่อยจรวด SS-18 มากกว่า 160 ครั้ง มีความล้มเหลวแค่ 4 ครั้งเท่านั้น จรวดดังกล่าวใช้ในทางการค้า 10 ครั้ง มีความล้มเหลว 1 ครั้ง

    ดาวเทียมแต่ละดวงมีน้ำหนักประมาณ 330 ปอนด์ ขณะยิง และมีอายุการทำงานมากกว่า 7 ปี

    ดาวเทียมแรพิดอายทั้ง 5 ดวง อยู่ในวงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ณ ความสูง 630 กม. อยู่ห่างจากกัน 19 นาที เพื่อทำให้บันทึกภาพพื้นโลกได้ทุกวันในระหว่างเส้นรุ้ง 75° เหนือ และ 75° ใต้ ทำให้สามารถบันทึกภาพพื้นที่บนโลกจุดใดจุดหนึ่งภายใน 1 วัน และบันทึกภาพครอบคลุมอเมริกาเหนือและยุโรปทั้งหมดภายใน 5 วัน นับเป็นพื้นที่ประมาณ 1.5 ล้านตารางไมล์ต่อวัน

    ระบบบันทึกภาพของดาวเทียมเป็นระบบ pushbroom ประกอบด้วย 5 ช่วงคลื่น มีความกว้างแนวบันทึกภาพ 88 กิโลเมตร ณ รายละเอียด 6.5 เมตร

    ช่วงคลื่นที่บันทึกภาพอยู่ในช่วง 400-850 นาโนเมตร ประกอบด้วย น้ำเงิน (blue), เขียว (green), แดง (red), ขอบแดง (red-edge) และ อินฟราเรดใกล้ (near infrared) มีรายละเอียดภาพ 6.5 เมตร ณ จุดศูนย์กลางแนวบันทึกภาพ (nadir) และมีรายละเอียดภาพ 5 เมตร ภายหลังการทำ rescaling

    รายละเอียดของอุปกรณ์บันทึกภาพ :

    • Blue (440-510 nm)
    • Green (520-590 nm)
    • Red (630-685 nm)
    • Red Edge (690-730 nm)
    • Near Infrared- NIR (760-850 nm)
    • GSD 6.5 meters
    • Dynamic Range 12 Bits

    รายละเอียดของ platform :

    • Spacecraft Roll Angle +/-25 degrees
    • Global Revisit Time (All) 1 Day
    • Image Data Downlink Speed 80 Mb/s
    • Telemetry Downlink Speed 9.6 kb/s
    • Control Uplink Speed 38.4 kb/s
    • Pointing Control 0.1 degrees in each axis
    • Orbital Position Knowledge < 10 meters with 95% confidence
    • วงโคจร : สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun Synchronous)
    • มุมเอียง (Inclination) : 97.8 องศา
    • รอบการโคจร (Period) : 96.7 นาที
    • เวลาการโคจรผ่านเส้นศูนย์สูตร (ขาลง) : 11 a.m.

    ดาวเทียมแรพิดอายทั้ง 5 ดวง มีชื่อดังนี้ : TACHYS (Rapid), MATI (Eye), CHOMA (Earth), CHOROS (Space), TROCHIA (Orbit) ซึ่งมีที่มาจากภาษากรีก

    Links :

    Huan Jing-1A และ Huan Jing-1B
    First Chinese Natural Disaster Monitoring Satellites - ดาวเทียมติดตามภัยธรรมชาติดวงแรกของจีน

    ส่ง : วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551 เวลา 3:35 น. (0325 GMT, 11:25 p.m. EDT))
    จรวดนำส่ง : จรวด Long March 2C (Chang Zheng 2C/SMA) จาก Taiyuan Satellite Launch Center มณฑลชางสี
    น้ำหนักยาน : 5,600 กิโลกรัม
    ภารกิจ : สำรวจทรัพยากร

    ดาวเทียมมีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปี มีระบบบันทึกภาพ ช่วงคลื่นตามองเห็น, อินฟราเรด, หลายช่วงคลื่น (multi-spectral), และ เรด้าร์ (SAR) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกได้ทุก 2 วัน

    ดาวเทียมทั้ง 2 ดวง เข้าสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ณ ความสูง 650 กิโลเมตร หลังจากการปล่อยจรวด 51 นาที

    วงโคจร : สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์
    ความสูงของวงโคจร : 650 กม.

    คำว่า "Huanjing" แปลว่า "สภาพแวดล้อม (Environment)"

    Links :

    จีโออาย-1 (GeoEye-1)

    ส่ง : วันที่ 6 กันยายน 2551 เวลา 11:50:57 a.m. PDT (1850:57 UTC)
    จรวดนำส่ง : จรวดเดลต้า-ทู (Delta II) ของ The United Launch Alliance จาก SLC-2W ณ ฐานทัพอากาศแวนเดนเบอร์ก (Vandenberg Air Force Station) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
    น้ำหนักยาน : 1,260 กิโลกรัม (เฉพาะ BUS) , นน.เมื่อยิง 1,955 กก.
    ภารกิจ : Earth Observation

    กำหนดการส่งเดิม : 16 เมษายน 2551, 22 สิงหาคม 2551, 4 สิงหาคม 2551, 6 กันยายน 2551

    รายละเอียดภาพ : PAN 41 ซม. , MS 1.65 ม.
    ความกว้างแนวบันทึกภาพ : 15.2 กม.
    Field of View : มากกว่า 1.28°
    อายุการใช้งานออกแบบ : 7 ปี
    วงโคจร : สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์
    ความสูงของวงโคจร : 684 กม.
    มุมเอียงของวงโคจร : 98°
    เวลาโคจรผ่านเส้นศูนย์สูตร : 10:30 a.m.
    มุมเอียงตัวเพื่อบันทึกภาพ : 60°

    GeoEye-1 สร้างที่เมืองกิลเบิร์ท รัฐอาริโซนา โดยบริษัท เจเนอรัล ไดนามิกส์

    ภาพรายละเอียดสูง 41 ซม. ของ GeoEye-1 จะส่งให้กับรัฐบาลอเมริกาเท่านั้น ส่วน Google จะได้รับภาพที่มีรายละเอียด 50 ซม.


    GeoEye-1 บันทึกภาพแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นภาพของ Kutztown University ในรัฐเพนซิลวาเนีย
    ที่มา : http://www.wired.com/wiredscience/2008/10/geoeye-1-super/

    Links :




    ภาพจันทรายาน-1


    การส่งจันทรายาน-1 สู่อวกาศ

    จันทรายาน 1 (Chandrayaan 1)
    First Indian Moon Orbiter - ยานสำรวจดวงจันทร์ลำแรกของอินเดีย

    ส่ง : 22 ตุลาคม 2551 เมื่อเวลา 06:22 IST (00:52 UTC)
    จรวดนำส่ง : PSLV-C11 จาก Sriharikota Andhra Pradesh ประเทศอินเดีย
    น้ำหนักยาน : 523 กิโลกรัม
    ภารกิจ : Oribiter of Moon

    จันทรายาน 1 เป็นยานอวกาศของอินเดีย เพื่อเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์

    กำหนดส่งเดิม : 19 กันยายน 2551 (19 September 2008)

    บนจันทรายาน-1 มีอุปกรณ์ของอเมริกาที่ชื่อว่า Mini-SAR มีวัตถุประสงค์เพื่อการหาตำแหน่งของน้ำบนดวงจันทร์

    จันทรายาน-1 โคจรรอบดวงจันทร์ที่ความสูง 100 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 ได้มีการทดสอบปรับระดับวงโคจรเป็น 200 กิโลเมตร ในช่วงเวลา 0900-1000 ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 เพื่อทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงวงโคจรของดวงจันทร์ (orbit perturbations), ความแตกต่างของสนามแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ (gravitational field variation) และ การบันทึกภาพพื้นผิวดวงจันทร์ในลักษณะมุมกว้าง

    องค์การอวกาศของอินเดีย - ISRO วางแผนในการส่ง จันทรายาน-2 เพื่อส่งยานพื้นผิว (Rover) ทำการสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ ในปี ค.ศ.2012 ยานขับเคลื่อนด้วยล้อนี้ จะทำการเก็บตัวอย่างดินและหิน ทำการวิเคราะห์ทางเคมี และส่งข้อมูลกลับมายังยานแม่ที่โคจรรอบดวงจันทร์ และส่งข้อมูลกลับมายังโลกอีกที


    ภาพหลุมอุกาบาตบนผิวดวงจันทร์ ถ่ายภาพโดย TMC ของ จันทรายาน-1 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552
    ที่มา : http://en.wikipedia.org/wiki/Chandrayaan_1


    เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2552 จันทรายาน-1 ส่งภาพโลกเต็มดวงภาพแรกกลับมายังโลก ภาพดังกล่าวบันทึกโดยอุปกรณ์ TMC
    ที่มา : http://www.hindu.com/2009/04/11/stories/2009041156201100.htm

    Links :




    Herschel Space Observatory

    ส่ง : 14 พฤษภาคม 2552 เมื่อเวลา 13:12:02 UTC
    จรวดนำส่ง : Ariane 5 ECA จาก Guiana Space Centre, French Guiana
    น้ำหนักยาน : 3,300 กิโลกรัม
    ภารกิจ : Space Telescope
    วงโคจร : Lissajous orbit ณ 1.5 ล้านกิโลเมตร คาบการโคจร 1 ปี

    Links :


    LRO


    LCROSS และ Centaur


    The Lunar CRater Observation and Sensing Satellite (LCROSS)


    LCROSS และ Centaur


    ยานอวกาศ

    ลูน่า เรคอนเนซอง ออบิทเตอร์ 1 (Lunar Reconnaissance Orbiter - LRO)

    ส่ง : 18 มิถุนายน 2552 เมื่อเวลา 21:32:00 UTC
    จรวดนำส่ง : Atlas V 401
    น้ำหนักยาน : 1,846 กิโลกรัม
    ภารกิจ : Orbiter

    The Lunar Precursor Robotic Program (LPRP) ประกอบด้วย 2 mission ด้วยกัน คือ Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) และ the Lunar CRater Observation and Sensing Satellite (LCROSS)

    ทั้งสอง mission เป็นยานไร้มนุษย์ควบคุม มีกำหนดส่งเดิมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2008

    ยาน LRO จะโคจรรอบดวงจันทร์ ส่วนยาน LCROSS จะส่งยาน Centaur เพื่อลงไปกระแทกกับพื้นที่ที่เป็นเงามืด ใกล้กับขั้วใต้ของดวงจันทร์

    LRO เป็นภารกิจแรกของอเมริกา ภายใต้ Vision for Space Exploration program ครอบคลุมการโคจรรอบดวงจันทร์, การสำรวจทรัพยากรของดวงจันทร์ และ การระบุตำแหน่งการลงจอดบนดวงจันทร์ในอนาคต

    ยานโคจรจะบันทึกภาพ 3 มิติ ของพื้นผิวดวงจันทร์เพื่อการจัดทำแผนที่ และจะทำการบันทึกภาพอุปกรณ์ที่ทิ้งไว้บนพื้นผิวดวงจันทร์โดยยานอพอลโล 11


    ภาพผิวดวงจันทร์ภาพแรกที่บันทึกโดย LROC เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2552 บริเวณที่ถ่ายภาพเป็นพื้นที่ของ terminator ที่เป็นเส้นแบ่งกลางวันและกลางคืนของดวงจันทร์ ภาพมีความกว้างประมาณ 1400 เมตร และให้รายละเอียดภาพ 3 เมตร

    Links :


    ค.ศ. 1957 - 1980 | ค.ศ. 1981 - 2000 | ค.ศ. 2001 - ปัจจุบัน | อนาคต
    ประเทศ 10 ประเทศแรกที่พิชิตอวกาศ | แบบจำลองกระดาษของดาวเทียม จรวด และ ยานอวกาศ




    คำถาม? ข้อคิดเห็น! ข้อเสนอแนะ . . . ติดต่อกับเราได้ครับ
    World Space Week | Fun Science | กลับขึ้นข้างบน