ข่าวหนังสือพิมพ์ : กรุงเทพธุรกิจ (คอลัมน์ : จุดประกาย)

ซิกเซ้นส์สัตว์ร่วมโลก

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า สัตว์แต่ละชนิดต่างมีสัญชาตญาณ ก่อนที่จะเกิดภัยทางธรรมชาติ สัตว์เหล่านั้นจะมีประสาทสัมผัสรับรู้ภัยอันตรายได้ก่อนมนุษย์ โดยเฉพาะประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง การศึกษาพฤติกรรมสัตว์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง สากล เจรจา นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้

ท่ามกลางข่าวคราวความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้คนนับแสนที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับคลื่นยักษ์ 'สึนามิ' ซึ่งมาพร้อมกับแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษ ไฉนจึงไม่มีข่าวการพบศพของสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุบ้างเลย หลายคนที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงตั้งข้อสังเกตกัน และตั้งคำถามตามมาอีกว่าเป็นเพราะเหตุใด

"ไม่มีช้างตายสักตัว หรือแม้แต่ศพของกระต่ายสักตัวก็ไม่เห็น"

เอช.ดี.รัตนายาเก ผู้ช่วยผู้อำนวยการกรมสัตว์ป่าแห่งชาติศรีลังกา กล่าว และตั้งข้อสังเกตว่า บางทีสัตว์อาจจะมีสัญชาตญาณพิเศษเกี่ยวกับหายนะที่จะเกิดขึ้นก็เป็นได้ และพวกมันอาจจะมีสัมผัสที่หกรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไร ก็เลยอพยพกันไปอยู่ที่อื่นก่อน

เขารู้สึกแปลกใจที่ภายหลังจากเกิดเหตุคลื่นยักษ์สึนามิถล่มประเทศชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย กรมสัตว์ป่าแห่งชาติศรีลังกายังไม่มีตัวเลขของสัตว์ที่เสียชีวิตเลย ทั้งๆ ที่เจ้าคลื่นยักษ์นี้ ได้ซัดเข้าหาอุทยานแห่งชาติยาลา ตั้งแต่ชายฝั่งเข้าไปในป่าลึก 3 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ โดยอุทยานแห่งชาติดังกล่าวถือเป็นเขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดของศรีลังกาเลยทีเดียว เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสิงโตจำนวนมาก ทว่ากลับไม่พบว่าพวกมันถูกคลื่นยักษ์ทำลายเฉกเช่นมนุษย์

หรือแม้แต่คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นใน 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยเอง ก็มีเรื่องเล่าพฤติกรรมสัตว์ อย่างช้าง ที่พานักท่องเที่ยวขึ้นเขาหน้าตาเฉย จนคนรอดตาย เพราะช้างช่วยชีวิตคนไว้ถึง 5 ชีวิต หรือมีชาวบ้านที่เขาหลัก จ.พังงา บอกว่าเห็นควายกลุ่มหนึ่งวิ่งขึ้นเขา ก่อนที่คลื่นจะมา

แม้ที่เกาะพีพีเอง พบว่า มีแมวรอดชีวิตประมาณ 200 ตัว น้อยมากที่เสียชีวิต แต่ไม่ได้เกิดจากคลื่นยักษ์ หากเกิดจากขาดนํ้าและอาหารหลายวัน หรือนักวิชาการทางด้านธรณีวิทยาบางท่าน ก็ตั้งข้อสังเกตว่า สุนัขบางตัวที่ลอยนํ้าตายนั้น หรือหมูเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยสัญชาตญาณนั้นน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรก่อนล่วงหน้า แต่ทว่าเสียชีวิต เพราะถูกขังหรือหนีนํ้าไม่ทันมากกว่า

สัญชาตญาณสัตว์

ภัยทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวในประเทศไทย แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย หรือถ้าเกิดก็ได้รับเพียงแค่แรงสั่นสะเทือน เหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 นับว่าร้ายแรงที่สุด เมื่อแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดียแล้วก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ คร่าชีวิตผู้คนมากมาย ด้วยเหตุนี้เองผลงานวิจัย หรือแม้แต่บทความทางวิชาการเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในประเทศไทย จึงมีให้เห็นเพียงประปราย ไม่เด่นชัดนัก

แต่สำหรับประเทศที่ต้องประสบภัยทางธรรมชาติ โดยเฉพาะแผ่นดินไหวบ่อยครั้งอย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ผลงานวิจัยแผ่นดินไหวนั้นมีเป็นจำนวนมาก หรือสาธารณรัฐประชาชนจีน แม้งานวิจัยจะมีไม่มากนัก แต่ก็อยู่ในระดับปานกลาง ทว่าจีนกลับเป็นชาติแรกที่ใช้สัตว์เป็นตัวทำนายเรื่องของแผ่นดินไหว โดยใช้วิธีสังเกตจากพฤติกรรมของสัตว์

ดร.ปัญญา จารุศิริ นักธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ภาคธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า จีนเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อย และใช้สัตว์เป็นตัวศึกษาก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว อย่างงู กิ้งกือ หนู โผล่ขึ้นมาจากดิน วิ่งพล่านเพราะรับรู้สัญญาณ ที่เราเรียกว่าคลื่นแผ่นดินไหวก่อน จีนมีสถาบันวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง และหลายๆ ประเทศก็พยายามเอาอย่างจีน อย่างสหรัฐอเมริกา รัสเซีย

"ตั้งแต่ไหน แต่ไร จีนใช้สัตว์เป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจนที่สุด คณะที่สหรัฐ รัสเซีย เน้นการใช้วิทยาศาสตร์เป็นตัวบ่งบอก เขาเชื่อเรื่องผลจากใต้โลกมากกว่า เพื่อให้รู้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถรู้ว่าเกิดขึ้นที่ไหน เหมือนทางธรณีวิทยาสามารถทำนายพื้นที่ที่จะเกิด แต่ไม่สามารถทำนายเวลาได้ การศึกษาพฤติกรรมสัตว์ ในความคิดผม ควรใช้ควบคู่กันจะดีกว่า คือ ทั้งวิทยาศาสตร์และสัตว์"

นักธรณีวิทยารายนี้ บอกว่า ที่บ้านตนเป็นสวนผลไม้ฝั่งธนบุรี ได้เลี้ยงปลาซอกเกอร์ (Sucker) ปลาที่ชอบดูดดินกินเป็นอาหาร วันที่เกิดแผ่นดินไหวและมีคลื่นยักษ์สึนามิ ได้สังเกตพบว่า ปลาได้ดิ้นและกระโดดออกจากอ่างดินที่เลี้ยงไว้ ส่วนนํ้าในท้องร่อง ก็กระเฉาะขึ้น

"สัตว์รู้ว่ามีคลื่นผิดปกติ อ่างที่สัตว์อาศัยอยู่ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ก็กระโดดออก ที่จีนพวกงู มด หนูก็ออกมาจากดิน เพราะรู้สึกว่าอยู่แล้วไม่ปลอดภัย ส่วนนกก็จะบินไปอยู่อีกป่าหนึ่ง บริเวณ 6 จังหวัดภาคใต้ของเรา มีคนพูดเหมือนกันว่าสัตว์ที่เขาเลี้ยงเอาไว้ อย่างหนูเกิดการเคลื่อนที่พลุกพล่าน อย่างแมวที่เกาะพีพีมีชีวิตรอดมาได้ประมาณ 200 ตัว ผมคิดว่าเขารู้ เขาก็เลยปีนต้นไม้สูงได้ ก็เลยรอด"

แม้สหรัฐอเมริกา รัสเซีย เน้นวิทยาศาสตร์ด้วยการใช้เครื่องวัดแผ่นดินไหวก็จริง แต่ในที่สุดก็เริ่มหันมาให้ความสนใจเพื่อที่จะเรียนรู้ถึงพฤติกรรมสัตว์ก่อนเกิดแผ่นดินไหวเฉกเช่นสาธารณรัฐประชาชนจีน

พฤติกรรมสัตว์ในจีน

จีนเป็นประเทศที่ต้องประสบภัยธรรมชาติอย่างรุนแรงเสมอ ปรากฏการณ์ก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะแผ่นดินไหว ประสบการณ์ที่พวกเขาได้จากธรรมชาติ ก็คือ ก่อนจะเกิดภัยร้ายแรงเช่นนี้ขึ้น แต่ละครั้งแต่ละคราว พวกเขามักจะได้สัญญาณเตือนภัยจากสัตว์รอบๆ ตัว ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ไม่น่าเลี้ยง อาทิ พวกหนู หรืองู ล้วนแสดงอาการตื่นกลัว ออกมาวิ่งพล่านอย่างไม่มีสาเหตุ

ข้อมูลจาก www.drgeorgepc.com/EarthquakePredictionChina.html พูดเรื่องแผ่นดินไหวในประเทศจีน ที่ใช้สัตว์ในการทำนาย อย่างปี 1920 แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจีน ความสั่นสะเทือน 8.5 ริกเตอร์ เกิดขึ้นที่มณฑลเหยหยวน (Haiyuan) จังหวัดหนิงเฮีย (Ninghsia) มีคนยืนยันว่า เห็นสุนัขจิ้งจอกวิ่งไปวิ่งมา และเห่าหอนอย่างผิดปกติ ขณะที่นกกระจอกบินไปมาในท้องฟ้าเป็นวงกว้างก่อนเกิดแผ่นดินไหว

ปี 1966 มณฑลหิงไต่ (Hsingtai) จังหวัดโหไป่ (Hopei) ทางเหนือของจีน ซึ่งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว หมาในหมู่บ้านหลายตัว ทำลายกรงหนีรอดออกมา จนรอดจากแผ่นดินไหว โดยมีความสั่นสะเทือนอยู่ที่ 6.8 ริกเตอร์ ส่วนปี 1969 ความสั่นสะเทือนอยู่ที่ 7.4 ริกเตอร์ ที่ทะเลโปไห่ (Pohai) มีนกนางนวล ปลาฉลาม และปลาอื่นๆ อีกหลายชนิด มีพฤติกรรมที่ประหลาด เช่น ดิ้น กระโดด วิ่งพลุกพล่าน หมีแพนด้า กวาง จามรี เสือ สัตว์อีกหลายชนิดในสวนสัตว์เมืองเทียนสิน ส่งเสียงร้องเตือนคนที่เดินเที่ยวชม เตือนคนก่อนเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 2 ชั่วโมง

ปี 1975 แผ่นดินไหวที่เมืองไห่เจียง (Haicheng) เกิดแผ่นดินไหวเดือนกุมภาพันธ์ แต่เกิดเหตุการณ์ล่วงหน้ากลางเดือนธันวาคม ปี 1974 คือ มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับสัตว์ งูที่จำศีล ออกมาข้างนอกและหนาวตายเต็มไปหมด พวกหนูก็ออกมาเป็นกลุ่ม เป็นเพราะว่ามีการสั่นสะเทือนเล็กๆ ก่อน หลังจากนั้น เดือนหนึ่งคือมกราคม มีคนรายงานเรื่องสัตว์ผิดปกติเป็นพันราย จากพื้นที่ทั่วทุกหนแห่ง และสามวันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเกิดแผ่นดินไหว เหตุการณ์ประหลาดจากพฤติกรรมสัตว์ก็เพิ่มขึ้น ตั้งแต่สัตว์ใหญ่ วัว ม้า สุนัข หมู เริ่มทำตัวประหลาดวิ่งไปวิ่งมาแล้วก็ร้อง ความสั่นสะเทือนครั้งนั้น 7.3 ริกเตอร์

ปี 1976 ปลายเดือนกรกฎาคม มีคนกำลังให้อาหารสัตว์อยู่ในเมือง Kaokechuang ห่างจากเมืองถังชาน (Tangshan) 40 กิโลเมตร คนให้อาหารรายงานว่า ม้ากับล่อ แทนที่จะกินอาหาร ก็กระโดดไปกระโดดมา เตะโน่นเตะนี่ พังรั้วกั้นและวิ่งหนีไป หลังจากนั้นไม่กี่นาที พวกเขาก็เห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้าที่เมืองถังชาน แผ่นไหวครั้งนั้น 7.8 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 665,000 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 780,000 คน

มีการตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดสัตว์ถึงแสดงพฤติกรรมอย่างที่กล่าวมา ประเทศจีนมีศูนย์ศึกษาพฤติกรรมสัตว์เกี่ยวกับแผ่นดินไหว โดยเฉพาะสัตว์ปีกอย่างนกพิราบ ตรงขานกพิราบนั้นมีประสาทที่ไวมาก สามารถรับความสั่นสะเทือนเล็กน้อย และส่งไปที่ประสาทส่วนกลาง ประมาณว่า น่าจะรับการสั่นสะเทือน 4.0 ริกเตอร์ได้ ส่วนปลาฉลามหรือปลาในทะเลชนิดอื่น ก็จะรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ เพราะแผ่นดินไหวคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ปลาต่างๆ จะรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีขนาดตํ่าและสูงได้ดีกว่ามนุษย์

โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะส่งไปที่ระบบประสาท แล้วร่างกายจะแปลความหมายออกมาในรูปของสัญชาตญาณ จากนั้นสัตว์ก็จะวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอด และสัตว์สามารถรู้ได้ว่าทิศทางของการสั่นสะเทือนมาจากทิศทางไหน อย่างกรณีของแมงป่องนั้นจะรับรู้ไวมาก

ความสั่นสะเทือนที่เมืองถังชาน 7.8 ริกเตอร์ คร่าชีวิตผู้คนมากมายมหาศาลนั้นถือว่ารุนแรงมาก ขณะที่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมานั้นวัดได้ถึง 9.6 ริกเตอร์ แต่แผ่นดินไหวนั้นเกิดในทะเล ผู้คนก็เลยได้รับผลกระทบเพียงจากคลื่นยักษ์สึนามิเท่านั้น

มนุษย์ก็มีสัญชาตญาณ

นักวิชาการด้านจิตวิญญาณบางคน เห็นว่า ในความเป็นจริงนั้น คนก็มีซิกเซ้นส์หรือสัญชาตญาณ ถ้ามนุษย์กลับไปอยู่กับธรรมชาติ สัญชาตญาณนั้นก็จะเริ่มกลับมา แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยวัตถุนิยม แวดวงธุรกิจ ก็ยังมีคนที่มีสัญชาตญาณแฝงอยู่ ถ้าบุคคลนั้นมีจิตที่สงบ มีสมาธิสูง

อาจารย์เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิถีทรรศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโลกบอกว่าจริงๆ แล้วมนุษย์เองก็มีซิกเซ้นส์ ปัจจุบันมีการศึกษาว่าอะไรจะเกิดล่วงหน้า แม้สัญชาตญาณของคนบางคนอาจจะไม่เหลือแล้ว ซิกเซ้นส์ปัจจุบันอาจเหลือสำหรับบางคน เพราะโดยทั่วไปมนุษย์มีชีวิตอยู่กับธุรกิจ ซิกเซ้นส์ หรือสัญชาตญาณก็จะหายไป

แถวยุโรป ประเทศตะวันตก ตอนนี้ให้ความสำคัญด้านการศึกษาจิตกับสมองมาก ความสามารถของจิตที่มีอยู่เหนือคนปกติ รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่วงหน้า คนทั่วไปบางทีก็มี เช่น อาจรู้สึกไม่ค่อยดี แล้วมีเหตุการณ์ออกมาให้เห็น ศึกษาเรื่องความฝัน บางคนมีซิกเซ้นส์จะฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า ถ้าความคิดไม่ซับซ้อน คนที่ทำสมาธิ จิตสงบ จะมีซิกเซ้นส์สูง แต่ก็ไม่แน่เสมอไป มีบางกรณีนานมาแล้ว ลูกที่ติดอยู่ใต้ตึก แล้วมาเข้าฝันแม่ให้รู้ว่าอยู่ตรงไหน อย่างนี้สื่อค้นด้วยจิตระหว่างคนใกล้ชิด แต่สัตว์อย่างสุนัข เขามีความสามารถในเรื่องของจมูกที่สูงกว่ามนุษย์"

อาจารย์เทียนชัย บอกอีกว่า อย่างกรณีของเผ่ามอแกนที่รอดชีวิตจากคลื่นยักษ์ ก็มีหญิงชราท่านหนึ่งของเผ่าฝันเห็นว่าจะเกิดอาเพศ ทำให้เผ่ามอแกนวิ่งหนีขึ้นเขาทันที เพราะฉะนั้นในความเป็นจริงแล้วมนุษย์เองก็มีซิกเซ้นส์ เพียงแต่ซิกเซ้นส์นั้นหายไปเท่านั้นเอง

ด้าน น.พ.ประสาน ต่างใจ คอลัมน์นิสต์ชื่อดังด้านจิต กล่าวว่า ก่อนเกิดแผ่นดินไหว ปลาดุกก็จะเกิดอาการกระวนกระวาย แมวก็จะวิ่งไปวิ่งมา กรณีประเทศญี่ปุ่นเคยใช้ปลาดุกสำหรับเตือนภัยทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว ปกติแล้วเราเข้าใจว่า ก่อนที่แผ่นดินจะไหวจะมีการเคลื่อนของทราย กรวด เหมือนเราได้ยินเสียงปลวกเดิน สัตว์ทุกชนิด ก็มีการเคลื่อนไหว กระวนกระวาย ทราบมาว่า ที่ภูเก็ตช้างก็มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือแม้แต่ไฟไหม้ป่า สัตว์เหล่านี้ก็รู้ตัว เหตุที่สัตว์ตาย บางทีไหม้หลายจุด ทำให้มันไม่สามารถหนีออกไปได้ สัตว์ทุกชนิดมีสัญชาตญาณ

สัตว์ทุกชนิดเหมือนมีเรด้า มันสามารถรับคลื่นเสียงได้ดี บางชนิดรับเคลื่อนเสียงตํ่า บางชนิดคลื่นสูง แต่ที่ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ คือ บ้านเราไม่ได้อยู่ในแนวรอยต่อของแผ่นดินไหวเลยแม้แต่จุดเดียว สัตว์มันมีเซ้นส์ที่สามารถรับได้ อย่างค้างคาวบินออกมาจากถํ้า ไม่เคยชนกันเลย บางตัวใช้เรดาร์ บางตัวใช้ประสาทสัมผัส อย่างงูใช้ลิ้น แลบลิ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องที่ลึกลับ ทุกสิ่งถูกสร้างมาให้เอาตัวรอด

ส่วนมนุษย์นั้นมีสมอง แต่ไม่ได้พัฒนาสัญชาตญาณ สมองและปัญญาของมนุษย์พัฒนาเป็นล้านปีมาแล้ว ก็ใช้เฉพาะปัญญา หากมาถึงจุดหนึ่งพอมนุษย์อยู่คนเดียวนานๆ ก็กลับไปใช้สัญชาตญาณ แต่สัตว์ไม่มีปัญญาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรที่ลึกลับหรอก เพียงแต่สัตว์พัฒนาด้านสัญชาตญาณได้ดีกว่าเรา เรียนรู้การเอาตัวให้รอด"

ส่วน โรเจอร์ โลหนันทน์ ผู้จัดการสมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) ที่ได้นำทีมหน่วยกู้ภัยสัตว์ไปช่วยเหลือสัตว์ที่รอดจากคลื่นยักษ์สึนามิ โดยเฉพาะสุนัขและแมว บอกว่า สุนัขนั้นเสียชีวิตพอสมควร เหลือให้เห็นเพียง 15 ตัว ส่วนแมวเห็นซากที่พึ่งเสียชีวิตใหม่ น่าจะตายจากการขาดนํ้าอาหาร แมวจะรอดมากกว่าหมา เพราะแมวสามารถปีนขึ้นที่สูงได้

โรเจอร์ให้ความเห็นเกี่ยวกับสัญชาตญาณสัตว์ ว่า ตนทราบมาแต่ว่า สัตว์ที่อยู่ในรู รับรู้คลื่นแผ่นดินไหวได้ หรือสัตว์นักล่าก็ดูจากพฤติกรรมเหยื่อของตนเอง ถ้านำมาเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว เขาคิดว่าสัตว์เหล่านั้นน่าจะสูญเสียสภาพแวดล้อม และความเป็นสัญชาตญาณ ถ้าเป็นสัตว์ป่าน่าจะมีสัญชาตญาณมากกว่าสัตว์ที่นำมาเลี้ยง

แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่เสี่ยงจะเกิดแผ่นดินไหว แต่ก็เชื่อแน่ว่า อาจจะได้รับแรงสั่นสะเทือนจากประเทศเพื่อนบ้าน การศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย