ว่าวไอพ่นจากถุงพลาสติก
Sled Kite from Plastic Bag




เกริ่น ...

หลังจากไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วมาเอาของออกจากถุงที่บ้าน ก็พบว่ามีถุงพลาสติกเหลือเยอะแยะเลยครับ เก็บใว้ใช้ใส่ขยะบ้าง ใส่ของอย่างอื่นบ้าง ก็ยังเหลืออีกหลายถุง ช่วงนี้ลมค่อนข้างแรง มาทำว่าวไร้โครงเล่นกันดีกว่าครับ

ว่าวไอพ่นนี้เป็นว่าวที่ทำจากถุงพลาสติก ที่สามารถบินได้ในกระแสลมเบาๆ หรือแม้ขณะที่ไม่มีลม ก็สามารถเล่นได้ เพียงแค่การเดินลากเท่านั้น ถ้าเล่นว่าวนี้ในกระแสลมที่แรงกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจต้องใช้ตัวต้านลม (drogue) หรือ หางว่าว ช่วยเพื่อให้มีเสถียรภาพ ว่าวไอพ่น เป็นว่าวประเภทอ่อน (soft kite) ที่ไม่มีโครงใดๆ ลอยได้และคงรูปร่างได้ เนื่องจากอากาศที่วิ่งผ่านท่อทั้งสองด้าน คล้ายไอพ่นของเครื่องบิน

อุปกรณ์ที่ใช้
กรรไกร หรือ มีดคัตเตอร์, ปากกา permanent, ดินสอ
วัสดุที่ใช้
ถุงพลาสติก, เทปกาว, ด้าย, กระดาษแข็ง

ขั้นตอนการประดิษฐ์
ใช้กรรไกร หรือ คัตเตอร์ ตัดขอบถุงพลาสติกด้านบนและล่างทิ้งไป
จะได้ผลออกมาดังภาพ

ให้ด้านนี้เป็นด้านหน้าว่าว


ให้ด้านนี้ทำไอพ่นด้านหลังว่าว

แผ่ถุงพลาสติกออก ให้ส่วนที่พับอยู่ด้านใน คลี่ออกมาให้สุด แล้วใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ ตัดออกมาเป็น 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งสำหรับด้านหน้าของว่าว อีกชิ้นสำหรับทำท่อไอพ่นด้านหลังว่าว

ถ้าจะให้สวย อาจกำหนดให้โลโก้ของถุง อยู่ตรงกลางว่าวพอดี เป็นชิ้นสำหรับทำหน้าว่าว

ใช้ปากกาเขียนบนถุงพลาสติก ตามขนาดที่ให้มาด้วย

ใช้กรรไกร หรือ คัตเตอร์ ตัดชิ้นส่วนของตัว 1 ชิ้น และชิ้นส่วนของไอพ่น 2 ชิ้น
วางแผ่นว่าวด้านหน้าให้คว่ำลง ใช้เทปกาวติดไอพ่นทั้ง 2 ชิ้น เข้ากับตัวว่าว โดยให้ เส้น C ของปีกว่าว ทาบกับ เส้น A ด้านหลังของตัวว่าว


พลิกว่าวให้ด้านหน้าอยู่บน ใช้เทปกาวติดขอบด้้านนอกของตัวว่าว (เส้น B) เข้ากับ เส้น D ของปีก ทั้งสองด้าน (เนื่องจากความยาวของ D จะยาวกว่า B อยู่เล็กน้อย ให้ยึดจุดด้านล่างให้ตรงกันครับ จะทำให้ด้านบนเลยออกมานิดหน่อย จะทิ้งไว้อย่างนั้น หรือจะตัดแต่งทิ้งไปก็ได้ครับ
ใช้เทปกาวแปะที่มุมของปีก (จุด E) แล้วเจาะรูโดยใช้เครื่องเจาะรู หรือ ปลายแหลมของดินสอ

ตัดด้ายความยาวพอประมาณ ผูกด้ายเข้ากับรูทั้งสองบนปีกที่เจาะไว้ มัดกลางเส้นเชือกให้เป็นห่วง

ผูกเชือกว่าวเข้ากับห่วงเชือกตรงกลาง แล้ววิ่งออกไปเล่นเลยครับ


ภาพว่าว

ตัวสีม่วงทำจากถุง SuperSports ตัวล่างทำจากถุง HomeWork

ลองขึ้นที่สนามหลวง ลมนิดเดียวก็ขึ้นได้สบายมาก

กลางคืนก็เล่นได้

เพิ่มเติม...
  • ขนาดของว่าวไม่จำเป็นต้องเป็นเท่านี้เป๊ะนะครับ น้องๆ สามารถขยายให้ใหญ่กว่านี้ก็ได้
  • ถ้าจะทำกิจกรรมกับเด็กจำนวนมาก น่าจะทำแบบกระดาษแข็ง เพื่อให้ใช้ลอกลาย และตัดได้ง่าย และรวดเร็วขึ้นครับ
  • ซุงว่าว ควรจะมีความยาวอย่างน้อยประมาณ 3 เท่าของความยาวของว่าว
  • ถ้าหากเด็กผูกเงื่อนไม่เป็น จะใช้เทปแปะเชือกซุงเข้ากับว่าวก็ได้ครัับ
  • เป็นสิ่งสำคัญมากที่ท่อลมทั้งสองท่อต้องเปิดให้ลมวิ่งผ่านจากช่องใหญ่ด้านบน รีดผ่านออกทางช่องเล็กด้านล่าง

Links
ว่าว บน web วิทยาศาสตร์สนุก :
ว่าว
ว่าวไอพ่นจากถุงพลาสติก
ว่าวเตตระฮีดรอน
เชือกว่าว
วัสดุสำหรับทำว่าว
การประยุกต์ใช้ว่าวเพื่อการเรียนการสอน
การถ่ายภาพทางอากาศจากว่าว
การทำว่าวธีออสจากกระดาษ A4


งานว่าวในประเทศไทย :
พิธีเปิด "งานเทศกาลว่าวไทย กีฬาไทย และดนตรีไทย ประจำปี 2550"
พิธีปิด "งานเทศกาลว่าวไทย กีฬาไทย และดนตรีไทย ประจำปี 2550"
งานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 9
ว่าวธีออสกับงานเทศกาลกีฬาไทย 2548


วิทยาศาสตร์ของว่าว (Kite Science) :
การวัดความเร็วลมโดยวิธีธรรมชาติ (How to measure the wind) และเรื่องเกี่ยวกับ turbulance

ว่าวเพื่อการศึกษา (Kites as an Educational Tool) :
หน้าหลัก ของ David Gomberg ประกอบด้วย
  • A Sample Learning Project : ตัวอย่างโครงการ
  • History : ประวัติศาสตร์ว่าว, นักเล่นว่าวที่มีชื่อเสียง
  • World Geography : ชื่อ และ ภาพ ของว่าวต่างๆ จากทั่วโลก
  • Outdoor Recreation : การเล่นว่าวทำอย่างไร? , เกมส์ว่าว , ความปลอดภัย
  • Indoor Recreation : เกมส์ในร่ม , ดนตรีว่าว
  • Artistry and Craftsmanship : การจัด workshop ต้องทำอย่างไรบ้าง ? , แปลนว่าวง่ายๆ
  • Science and Math : การวัดความเร็วลม, ว่าวบินได้อย่างไร ? , ลมเกิดจากอะไร ? , โครงการคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับว่าว
  • Government : เรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาล
  • International Culture : ว่าวของญี่ปุ่น , จีน , สเปน , ออสเตรเลีย , อินเดีย , ไทย


Rammed Air Sled Kite :
link ของ www.easykitesforkids.netfirms.com ครับ




คำถาม? ข้อคิดเห็น! ข้อเสนอแนะ . . . ติดต่อกับเราได้ครับ
Sci4Fun | กลับหน้าหลักว่าว | กลับขึ้นข้างบน

All rights reserved.
Reproduction in whole or in part without permission is prohibited.
P i t a n S i n g h a s a n e h
ผู้เขียน : ดร. พิธาน สิงห์เสน่ห์
Writer : Dr.Pitan Singhasaneh